[Loveless] Sweet Pepero (SF)
posted on 15 Feb 2011 01:07 by topnyongthailand
Title: Sweet Pepero [1]
Pairing: Choi Seunhyun x Kwon Jiyong
Author: Loveless
Rating: PG-13
เขาว่ากันว่า ทุกวันที่ 11 เดือน 11 (แทนถึงแท่งช็อคโกแลตจำนวน 5 แท่ง)
หรือที่เรียกกันว่า วัน “Pepero Day” (เปเปโร่ แปลว่า ผอมบาง)
คือวันที่หนุ่มสาวจะแลกแท่งช็อคโกแลตกันเพื่อแสดงออกถึงความรัก
(คล้ายกับวันวาเลนไทน์ นั่นแล)
.
.
...ผมเองก็อยากได้จากใครคนหนึ่งเหมือนกัน....
คนคนนั้นก็เป็นคนที่พวกคุณ
....................รู้จักกันดีเสียด้วยสิ....................
.
.
จุ๊ๆ...รู้แล้วอย่าได้เอ็ดไปเลยนะครับว่าผม ชเว ซึงฮยอน
เฝ้ารอไอ้เจ้าขนมแท่งป๊อกกี้นี้จาก ควอน จียง ลีดเดอร์ของพวกเรา บิ๊กแบง.
หวังว่าสิ่งที่ผมเฝ้ารอ มันจะเป็นจริงซักทีนะ...
“Bigbang! Bigbang! Don't stop! Let's play OK OK go go go! ~” ประโยคนี้ไม่คุ้นกันล่ะสิ ก็ในเมื่อมันเป็นเนื้อร้องของเพลงหนึ่งในอัลบั้มใหม่ของพวกเราไง (ซึ่งไรท์เตอร์ก็แต่งมันไปมั่วๆ) เสียงหล่อๆของผม? กำลังร้องออกมาเพื่ออัดเสียงให้พวกคุณได้ฟังกันไง(ยิ้ม) หลังจากที่ผมร้องประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนคอแหบคอแห้งแล้ว ผมก็เดินออกมาจากห้องด้วยท่าทีที่ร่าเริงเหมือนทุกวัน ผมหยิบขวดน้ำแร่ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมายกดื่มด้วยความกระหาย ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นกล่องทรงแปดเหลี่ยมซึ่งมองปุ๊บก็รู้ปั๊บว่ามันคือขนมป๊อกกี้ที่ผมรอคอยที่จะได้จากคนที่นั่งอยู่หน้าห้องอัดนี่แหละ ผมสีแดงๆสะบัดไปมาให้เข้ากับจังหวะของเพลง เสื้อคาร์ดิแกนลายเสือดาวกับกางเกงสกินนี่สีดำแมทช์กันได้ดีกับรองเท้าบู๊ทหนังสีน้ำตาลที่ดูเหมาะกับเจ้าตัวยิ่งนัก ผมกลืนน้ำลายลงอย่างลืมตัวเมื่อรอยยิ้มนั้นถูกแจกจ่ายไปให้ยองเบที่กำลังร้องเพลงออกมาเสียงเพี๊ยนอย่างไม่ได้ตั้งใจ แค่เห็นจียงยิ้มให้คนอื่นในใจผมก็รู้สึกไม่พอใจเอาเสียดื้อๆ
“นี่ๆ ไอ้ขนมนี่ของใครอ่ะ ฉันกินได้ไหม?” ผมหาเรื่องพูดขึ้นมาขัดจังหวะจียงที่กำลังตั้งใจมองยองเบร้องเพลงอย่างใจจดใจจ่อ ใบหน้าขาวสวย (?) ของจียงหันมามองผมที่กำลังแกว่งกล่องขนมนั้นในมือไปมา มือบางรีบคว้ากล่องขนมนั้นมาไว้กับตัวโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว
“ของฉัน!”
“ก็อยากกินอ่ะ ขอหน่อย”
“ไม่ให้ เพราะนายอ้วนแล้ว!” โถ่! รู้แล้วว่าอ้วนอ่ะ แต่อย่าพูดตอกย้ำไปมากกว่านี้ได้ไหม ที่รัก T^T
“ก็ฉันอยากกินอ่ะ ก็วันนี้มันวัน.....” เมื่อผมเริ่มรู้ตัวว่าจะหลุดพูดอะไรออก ผมจึงเงียบไว้ เดี๋ยวจียงจะรู้ความนัยของผมเสียก่อน
“อะไร วันอะไร?” เสียงของจียงไถ่ถามอย่างสงสัย แต่ผมกลับส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ
“เปล่า” เหมือนว่าจียงกำลังจะคาดคั้นผมต่อ แต่ก็พอดีกับที่ยองเบเดินออกมาชวนจียงคุยอะไรซักอย่าง ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมรอดจากจียงที่กำลังจะกดดันให้ผมต้องพูดคำบางคำออกมา มันคงจะตลกน่าดูถ้าผมง๊องแง๊งจะเอาขนมเปเปโรจากจียงต่อหน้ามิตรสหายเกือบสิบคนเช่นนี้ นอกจากจะทำให้จียงอายแล้ว แต่ผมคงอายกว่าถ้าจียงปฏิเสธที่จะไม่ให้ขนมผมแบบเมื่อกี้...เสียใจเหมือนกันแฮะ
“จียงฮยอง ซึงรีอยากกินขนมป๊อกกี้อ่ะ” เสียงมักเน่ดังขึ้นในขณะที่ผมทิ้งตัวลงกับโซฟาด้วยอารมณ์หดหู่ ผมหันไปมองหน้าจียงราวกับรอคำตอบแทนซึงรี ซึ่งคำตอบที่หลุดออกมาจากริมฝีปากน่าจูบของจียงก็ทำเอาผมช๊อคเอาดื้อๆได้เช่นกัน
“เอาสิ มามะแต่ให้แค่แท่งเดียวนะ” ว่าแล้วก็แกะกล่องขนมทรงแปดเหลี่ยมนั้นให้ซึงรีที่แอบบ่นเล็กน้อยเพราะมันน้อยเกินไปกิน ทุกคนที่เห็นว่ากล่องขนมถูกแกะออกแล้วเลยแห่กันไปรุมจียงราวกับจียงเป็นไอดอลที่ถูกแฟนคลับจับได้ว่าแอบไปเดินช๊อปปิ้งที่เมียงดงคนเดียว ผมเห็นมีคนหยิบไปสองแท่งด้วยแหละ แต่ไอ้หมอนั่นก็ถูกจียงตีมือดังเพี๊ยะ ก่อนจะโวยวายด้วยคำๆเดิมว่า แท่งเดียว ผมพึ่งรู้ว่าจียงแอบหวงของกินใช่เล่นนะเนี่ย แท่งเดียวเป็นผมผมก็คิดว่ามันน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ (มันถึงได้อ้วนอยู่ทุกวันนี้ไง...ก๊าก)
“มองฉันทำไม?” เสียงของจียงเอ่ยขึ้นมา เมื่อสายตาของเขาสบตากับตาของผมที่แอบมองจียงอย่างเคืองๆ พอเราขอกินดันไม่ให้ แต่พอมักเน่และก็คนอื่นๆมาขอกินนะ แจกจ่ายไปซะจนเกือบหมดกล่อง ซึงฮยอนน้อยใจนะโว้ย!!!
“ก็ เปล๊า...มองคนที่ไม่ยอมแบ่งขนมให้ฉัน แต่ยอมแบ่งให้คนอื่น”
“ก็นายจะลดน้ำหนักไม่ใช่รึไง? ฉันหวังดีกับนายนะ”
“ก็ฉันไม่อยากลดวันนี้อ่ะ”
“เซย์โน เข้าใจชัดไหม?” จียงยังคงยื่นคำขาดซึ่งมันก็ทำให้ผมฟิลขาดได้ง่ายๆเหมือนกัน
“เชอะ ไม่กินก็ได้!” ว่าแล้วผมก็คว้ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างยี่ห้อ Goyard ขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะเดินออกไปจากห้องซ้อมโดยที่ไม่หันกลับไปมองคนข้างหลังอีกเลย ผมไม่แคร์หรอกก็ในเมื่อผมทำงานส่วนของผมเสร็จแล้ว เท้ายาวๆของผมก้าวไปเรื่อยๆอย่างหาจุดหมายไม่ได้ เมื่อออกมาพ้นจากตึกแล้วผมจึงเรียกแท๊กซี่ให้ไปส่งที่บ้านของพวกเราทั้งห้าคน เมื่อถึงบ้านแล้วผมก็หยิบขวดวิสกี้ชั้นดีที่ผมเก็บเอาไว้เทลงกับแก้วไวน์ทรงสูงก่อนที่ผมจะกระดกลงคอราวกับว่ามันคือน้ำเปล่า ความหงุดหงิดของผมทำให้ผมยิ่งกระดกน้ำสีเหลืองทองลงคอ มากขึ้น...มากขึ้น
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ผมได้ยินเสียงรถแวนที่ผมคุ้นเคยดังขึ้น กลับมากันแล้วสินะ...ผมจึงวางแก้วลงกับเคาท์เตอร์แล้วเดินกลับห้องตัวเองลงไป เสียงปิดประตูของผมดังพร้อมกันกับเสียงเปิดประตูหน้าบานพอดี เสียงเท้าที่ถูกย้ำลงกับพื้นดังขึ้น แต่ผมเลือกที่จะไม่สนใจ นาฬิกาลายไดโนเสาร์สีเขียวที่ถูกแขวนไว้บนเพดานคือสิ่งที่ผมสนใจอยู่ในขณะนี้ สี่ทุ่มแล้วเหรอเนี่ย? คิดถึงจียงจังเลย แต่เห็นแบบนี้ผมเองก็ใช่ว่าจะยอมใจอ่อนให้ใครง่ายๆนะ ในเมื่อผมไม่ผิด จียงต่างหากที่ผิด ไม่ยอมให้ขนมผมกิน แล้ววันนี้..มันก็เป็นวันสำคัญวันหนึ่งเลยทีเดียวนะ ผมรักจียง...มาก เขาไม่รู้หรอกว่าผมแอบรักเขามานานแค่ไหน คำปฏิเสธที่ทำให้ผมรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมาจนถึงตอนนี้มันทำให้ผมอยากจะลงไปนอนหลับตาแล้วภาวนาให้ตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้เรื่องวันนี้จะเป็นเพียงแค่ความฝัน เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ผมที่กำลังคิดเรื่องต่างๆอยู่ต้องหลุดจากภวังค์ก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“ใครน่ะ?” ไม่มีคำตอบจากสัญญาณที่ผมเรียก? ผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะเดินไปเปิดประตูต้อนรับบบุคคลปริศนา ร่างเพรียวบางของควอนลีดเดอร์ ยืนอยู่ตรงหน้าของผม ทำให้ผมใจเต้นไม่น้อยเมื่อใบหน้าน่ารักเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมด้วยสายตาที่จริงจัง
“วันนี้หนีกลับก่อนทำไม?” หลังจากที่ผมอันเชิญร่างบอบบางเข้ามา สิ้นเสียงปิดประตู จียงก็เลือกที่จะยิงคำถามที่จียงดูเหมือนจะสงสัยอยู่มากทีเดียว
“....” ผมเลือกที่จะเงียบให้คนตรงหน้ามากกว่าที่จะตอบคำถาม คำตอบในใจน่ะมันมีเยอะแยะ ถ้าให้ผมพูดลิงมันต้องนอนหลับแน่เลยอ่ะ แต่กับจียงอย่าเสี่ยงเลยจะดีกว่า นอกจากจียงจะไม่หลับตามลิงแล้ว ผมอาจจะโดนดาวแม่คนนี้เหวี่ยงออกนอกโลกไปก็ได้
“งอนที่ฉันไม่ให้ขนมนายใช่ไหม?” คำตอบสั้นๆและง่ายใจความแทงใจผมเข้าอย่างจัง แต่ผมก็เลือกที่จะเงียบเพื่อที่จะรอฟังอีกฝ่ายพูด
“โถ่เอ้ย โตป่านนี้แล้วยังงอนอะไรไร้สาระ” เสียงเล็กพรรณาออกมา คำพูดเหล่านั้นราวกับเข็มนับพันเล่มที่ถาโถมเข้ามาแทงใจผมอย่างไม่มีสิ้นสุด ไร้สาระงั้นเหรอ? ที่ผมงอน ที่ผมงี่เง่าก็แค่อยากให้จียงมาง้อ มาเอาใจผม ไม่ใช่ให้มาว่ากันแบบนี้
“อืม ฉันมันไร้สาระ ที่ฉันงี่เง่าอยากจะกินขนมนายในวันเปเปโร นายยังไม่รู้อีกเหรอ ว่าฉันคิดยังไงกับนาย”
“...........”
“ถ้าฉันมันไร้สาระมาก ฉันก็ขอโทษนายด้วยจียง” ผมโค้งหัวลงให้กับคนตรงหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา สบตากับจียงที่มองผมด้วยสายตาที่ดุดันราวกับท้าทาย ริมฝีปากบางแทบจะห้อเลือดเมื่อฟันขาวกัดลงไปด้วยอาการโกรธ ก่อนจะยกมือขึ้นมาเหวี่ยงเข้าที่หน้าผมเต็มๆ
ใช่ จียงตบหน้าผมอย่างแรงจนผมหน้าหันไปตามแรงที่อีกฝ่ายไม่คิดจะออมมือให้เลย ผมหันหน้าไปมองจียงอย่างคนมีอารมณ์โทสะ แต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้เมื่อจียงพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเย็นชาเหลือเกิน
“จะเลิกประชดฉันได้รึยัง?” มาโหดแบบนี้ ผมก็ต้องเงียบไปตามระเบียบสิครับ
“ใครจะไปตรัสรู้ว่านายคิดยังไงกับฉัน ก็ในเมื่อนายไม่เคยบอกอะไรกับฉันเลย ซึงฮยอน...”
“แล้วใช่ว่านายจะน้อยใจเป็นคนเดียวนะซึงฮยอน...นายคิดแบบนั้นกับฉัน แต่นายก็ไม่เห็นจะเอาขนมมาให้ฉันบ้างเลย” ที่จียงพูดมาเนี่ยไม่ผิดเลยแม้แต่คำเดียว ผมพึ่งมารู้ตัวว่า ผมมัวแต่เอาแต่ใจตัวเองจนลืมนึกถึงใจของอีกฝ่ายไปซะเสียสนิท ผมมันเห็นแก่ตัวที่หวังแต่จะรอรับของจากจียง ทั้งๆที่ผมก็ไม่รู้ว่าเขาคิดกับผมเหมือนที่ผมคิดแบบเขาบ้างรึเปล่า? เพราะผมงี่เง่าจียงเองก็เลยน้อยใจผมด้วยเช่นกัน ใช่ไหม?
“จียง ฉันขอโทษ...” ผมกล่าวคำขอโทษอย่างคนรู้สึกผิดอย่างจริงจัง จียงซึ่งยังตีหน้าดุอยู่กลับส่ายหน้า ทำเอาผมใจเสียไปไม่น้อยเลยทีเดียว
“ช่างมันเถอะ อยากกินใช่ไหม ขนมป๊อกกี้ของฉัน ฉันเอามาให้น่ะ” จียงว่าก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขนมที่มันอยู่บนโต๊ะคอมของผมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมคงเอาแต่คิดมากจนไม่ได้มองของที่จียงถือติดมือมาเลยสินะเนี่ย
“กินสิ” จียงหยิบขนมในกล่องนั้นก่อนจะยื่นให้ผม ผมมองหน้าจียงอย่างคนไม่เข้าใจ ก่อนจะถามคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ
“ไหนไม่ให้ฉันกินไง บอกว่าอ้วนบ้าง ลดน้ำหนักบ้าง?”
“เว้นไว้ซักวันแล้วกัน แล้วตกลงจะกินไหม?” จียงหน้ายู่เล็กน้อยเมื่อผมยังคงพูดจาประชดประชัน ผมหัวเราะให้จียงก่อนจะใช้ริมฝีปากกัดขนมแท่งรสช๊อคโกแลตจากมือจียงจนหมดแท่ง
“ยังไม่หมดนะ กินให้หมดด้วย” จียงบ่นอุบ ซึ่งคำพูดเหล่านี้ทำให้ซึงฮยอนใจเต้นไม่เป็นส่ำ หมายความว่ายังไง ที่ว่าไม่หมด... ก็ในเมื่อคนอื่น ยังได้กินแค่แท่งเดียวเอง แต่เขา...
ชิ้นที่สองสามสี่ ถูกผมกัดกินโดยมีจียงคอยป้อนผมอยู่ไม่ห่าง หัวใจของผมพองโตเมื่อขนมแท่งรสช๊อคโกแลตชิ้นที่ห้าถูกหยิบขึ้นมาก่อนที่จียงจะวางกล่องขนมที่บัดนี้ว่างเปล่าเสียแล้วลงบนโต๊ะตัวเดิม
“ฉันให้ขนมนายแล้วนะ ชิ้นสุดท้ายนายคิดเอาแล้วกันว่าจะให้กับฉันยังไง” ผมพยักหน้าด้วยความเข้าใจ วันเปโรโรคือวันที่หนุ่มสาวจะต้องแลกขนมกันเพื่อแสดงออกถึงความรัก ผมซึ่งไม่ได้ซื้อขนมติดตัวมา จียงเองก็รู้จึงยกชิ้นสุดท้ายให้ผมขอความรักจากเขาสินะ ผมไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม ก็ในเมื่อแท่งที่ห้าอยู่ในมือของผมแล้ว ผมยิ้มให้จียงก่อนที่ริมฝีปากจะงับแท่งป๊อกกี้ไว้ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งถูกยื่นออกมา ให้อีกฝ่ายได้ลิ้มชิมความหวานของขนมหวาน ถ้าผมไม่ได้ตาฝาดรู้สึกว่าผมจะเห็นใบหน้าขาวใสซับไปด้วยสีแดงระเรื่อก่อนที่เขาจะเขย่งเท้าขึ้นมางับขนมจนริมฝีปากของเราชนกันอย่างที่ผมตั้งใจอยากจะให้มันเกิด ผมกดจูบลงกับริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา ความหวานของกลิ่นช๊อคโกแลตทำให้ผมเคลิ้บเคลิ้มไปไม่น้อยเลยทีเดียว จียงละริมฝีปากออกมาก่อนจะใช้สายตาตวัดมองหน้าผมที่ยิ้มกริ่มออกมาอย่างคนเจ้าเล่ห์ด้วยอารมณ์หมั่นไส้
“ทีแบบนี้ล่ะ ทำมาเป็นยิ้ม” เจอจียงประชดบ้างไง แต่ผมก็ไม่หวั่นหรอก เพราะตอนนี้ผม...ชเว ซึงฮยอน มีความสุขสุดๆไปเลย
“ฉันรักนาย จียง” ผมว่าก่อนจะดึงคนที่ตัวเล็กกว่าเค้ามากอด จียงยอมยืนนิ่งๆให้ผมกอดด้วย น่ารักใช่ไหมล่ะ ว่าที่แฟนผม ไม่ปฏิเสธแบบนี้ดูท่าความหวังของผมคงจะเป็นจริงซักที
“ขอบคุณสำหรับขนมนะ” ผมกระซิบเข้าไปที่ริมหูของจียงเบาๆ ผมเห็นจียงหน้าแดงอีกแล้ว คนที่ดูเย็นชาแบบจียงเวลาอายแล้วน่ารักน่าฟัดเป็นบ้า
“ให้กินตั้งห้าแท่งแล้ว ก็ไปหัดลดความอ้วนด้วยนะ (เปเปโร่ แปลว่า ผอมบาง)” ดูเหมือนเขาจะเบี่ยงประเด็นเพื่อกลบเกลื่อนความเขินแฮะ ^^
“รับทราบครับ” ผมตะเบะท่า yes sir ที่ผมชอบทำเวลาอารมณ์ดี จียงยิ้มละลายให้ผมหนึ่งทีก่อนจะเขย่งเท้าขึ้นมากระซิบคำบางคำที่ทำให้หัวใจของผมแทบจะหลุดออกมาจากข้างใน ผมสบตากับดวงตาสีนิลด้วยความรักใคร่ก่อนจะกอดอีกฝ่ายแน่นด้วยความรักใคร ในที่สุดความหวังของผมก็เป็นจริงเสียที ขอบคุณวันเปเปโร่ ที่ทำให้ผมกับจียงมีวันนี้
“ฉันก็รักนาย....ซึงฮยอน”

น่ารักกกกกอ่ะ ฉันก็รักนายน่ะ จียงทาบิ ^^
#1 By TemG~ on 2011-02-16 20:32