[Loveless] Boyfriend (OS)

posted on 11 Mar 2011 08:26 by topnyongthailand

 

Title: Boyfriend
Pairing: Choi Seunhyun x Kwon Jiyong
Author: Loveless
Rating: PG-15

 

 

            ท่ามกลางแสงแดดที่สาดส่องลงมาในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงโซล ร่างของผู้ชายคนหนึ่งก้าวเดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยอย่างมั่นใจ รูปร่างเพรียวเล็กราวกับเด็กผู้หญิง อีกทั้งใบหน้าเรียวขาวที่ประกอบไปด้วยดวงตาเรียวเล็ก นัยน์ตาสีนิลกับแพขนตาสีดำที่ขยับขึ้นลงเมื่อเจ้าของดวงตากระพริบตายามแสงแดดสาดส่องลงมายังใบหน้าสวย จมูกโด่งๆรับกับริมฝีปากอวบอิ่มอมชมพูน่าจูบ เส้นผมสีดำสนิทไสวไปมาเมื่อสายลมอ่อนๆพัดผ่านมือเรียวขยับเฮดโฟนตรงริมหูขาวของตนเบาๆเพื่อให้เข้าที่มากขึ้น แต่ยังไม่ทันที่ร่างบางจะเดินเข้าไปถึงหน้าอาคารเขาก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อมีเสียงหนึ่งเรียกชื่อเขาออกมาเต็มเสียง

 

            “คุณควอน จียงครับ!!!!!!” เสียงเรียกนั้นทำให้ร่างเพรียวต้องขยับเฮดโฟนลงมาอยู่บนเรียวคอของตนก่อนจะหันหลังไปมองบุคคลใหม่ที่เรียกชื่อตัวเองจน คนแถบนั้นมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าไม่วางตา

 

            “.....”

 

            “ผมชอบคุณ กรุณาคบกับผมด้วยครับ!!” ชายคนนั้นว่าก่อนจะยื่นดอกกุหลาบช่อโตที่แอบซ่อนไว้ด้านหลังออกมาให้จียง ร่างบางมองผู้ชายคนนั้นที่กำลังก้มใบหน้าของตน ต่ำจนเสียแทบจะติดพื้นดิน จียงถอนหายใจเบาๆก่อนเดินเขยิบเข้าไปเชยคางคนตรงหน้าให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาของตน

 

            “ขอบใจนะ...” เสียงหวานของจียงทำให้ผู้ชายคนนั้นยิ้มออกมาอย่างดีใจ ความหวังรื้นขึ้นมาเมื่อรอยยิ้มน่ารักปรากฎอยู่บนใบหน้าเรียวขาว

 

            “แต่...ฉันมีคนที่ชอบแล้ว เพราะฉะนั้น...โทษทีนะ” ทันทีที่เสียงเล็กพูดจบก็รีบหันหลังให้กับผู้ชายคนนั้นโดยไม่เหลียวหลังกับมามองอีกเลย เสียงฮือฮาจากคนรอบข้างดังขึ้นมาทันที เมื่อจียงปฏิเสธผู้ชายคนนั้น

 

            ควอน จียง นักศึกษาปี 1 เพศชาย หน้าตาก็ธรรมดา งั้นๆ (เหรอ?) แต่...เข้ามาถึงก็เป็นที่จับตามองของเหล่ารุ่นเดียวกันและเหล่ารุ่นพี่ โดยเฉพาะเพศเดียวกัน คงเป็นเพราะใบหน้าของตนที่ออกแนวไปทางแม่มากกว่าพ่อ แถมกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ทำให้เพื่อนหลายๆคนอิจฉาในหุ่นของเขา ระหว่างที่ร่างบอบบางกำลังเดินฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาสีนิลสวยก็หันไปเห็นบุคคลหนึ่งที่ทำให้เขาใจเต้นตึกตักได้ทุกวัน

 

            “ซึงฮยอน~~” เสียงเล็กแหลมของจียงตะโกนลั่นอาคารเรียน พลางรีบเก็บเฮดโฟนที่ทาบอยู่บนใบหูตนเองลงมายังเรียวคอของตนอีกครั้ง สายตาของคนรอบด้านมากมายนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับจียง ร่างเล็กรีบวิ่งเข้าไปกระโดดกอดเจ้าของชื่อที่ตัวเองเรียกอย่างอารมณ์ดี

 

            “......” ไม่มีเสียงตอบรับจากเจ้าของชื่อนอกจากเสียงถอนหายใจเบาๆ มือแกร่งของร่างสูงที่มือชื่อว่าซึงฮยอนพยายามดันรุ่นน้องที่ตัวเล็กกว่าให้ออกไปจากตัวเองให้มากที่สุด

 

            ชเว ซึงฮยอน นักศึกษาปี 3 เพศชาย หน้าตาหล่อระดับเดือนมหาลัย เป็นที่จับตามองของทั้งเหล่ารุ่นพี่และรุ่นน้อง เพราะรูปร่างสูงโปร่ง บวกกับใบหน้าคมคายที่หาได้ยากในประเทศเกาหลี ดวงตาคมสีรัตติกาลดูน่ากลัว แต่สำหรับจียง ดวงตานั้นดูน่าลึกลับและน่าค้นหา จมูกโด่งๆนั้นเข้ากั๊นเข้ากันกับริมฝีปากรูปกระจับสวย อีกทั้งผมสีขาวเงินที่เจ้าตัวพึ่งไปทำใหม่เพิ่มระดับความเป็นแบดบอยสูงขึ้นเป็นเท่าตัว แต่ซึงฮยอนจะเป็นยังไง จียงก็ชอบทั้งนั้นแหละ~

 

            “ปล่อย...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเมื่อไม่มีท่าทีว่าคนตัวเล็กที่เข้ามาเกาะแกะเขาจะยอมผละออกไปง่ายๆ เส้นผมสีดำสวยสะบัดไปมาในอ้อมอกแกร่งของซึงฮยอนก่อนจะตอบเสียงอู้อี้ขึ้นมา

 

            “ไม่เอาอ่ะ...เมื่อวานไม่ได้เจอเลย คิดถึง...” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นมาอย่างน่ารัก จนทำให้ผู้ชายที่อยู่แถบนั้นต้องร้องครวญครางออกมาด้วยความอิจฉา เป็นที่รู้ๆกันว่า ควอนจียงชอบชเวซึงฮยอน ใครที่ตามตื้อซึงฮยอนก็มักจะโดนจียงตามจองล้างจองผลาญจนคนเหล่านั้นได้แต่แอบมองซึงฮยอนอยู่ห่างๆ แต่อย่าให้จียงจับได้นะ ไม่งั้นอาจจะถูกเหวี่ยงไปโลกดาวแม่ได้

 

            “ฉันมีเรียน...ปล่อย” ซึงฮยอนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดจนจียงต้องเงยหน้าขึ้นมามองคนตัวสูงกว่า ดวงตาสีรัตติกาลดูจริงจังเสียจนจียงไหวหวั่น ร่างบางผละอ้อมกอดออกนั้นมาอย่างจำใจ ก่อนจะมองร่างสูงที่เดินหันหลังให้ตัวเองด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์

 

            “ทำหน้าเหมือนลูกหมาโดนเจ้าของทิ้งเลยนะมึง” เสียงของคนคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับแรงหนักๆของมืออีกฝ่ายที่ตบลงมาที่บ่าของเขาเบาๆ เรียกจียงที่ยังอยู่ในภวังค์ให้หันกลับไปมองเพื่อนซี้สมัยมัธยมที่ตัวเตี้ยกว่า

 

            “กูไม่ใช่ลูกหมานะ!” จียงว่าพลางอมลมไว้ที่แก้มอย่างคนขัดใจ ทำให้เพื่อนเตี้ยยืนขำก่อนจะเหลือบตามองร่างสูงของซึงฮยอนที่เดินเลี้ยวไปแล้ว

 

            “นี่มึงยังไม่เลิกตามตื้อคนเย็นชาแบบนั้นอยู่อีกเหรอ?” ยองเบหรือเพื่อนเตี้ยที่สนิทที่สุดของจียงเอ่ยถามเพื่อนสนิทตรงหน้าที่มองตามร่างสูงจนวินาทีสุดท้าย

 

            “ก็กูชอบเค้านี่หว่า” จียงตอบตามที่หัวใจตัวเองคิด ทำเอาเพื่อนเตี้ยถึงกับชะงักกับคำพูดของจียงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อไป

 

            “แต่เค้าเย็นชาใส่มึงมากเลยนะเว้ย มึงไม่รู้สึกเกลียดเค้าบ้างเลยเหรอวะ?” ประโยคคำถามที่ทำให้จียงหยุดนึกคิดแปบนึงก่อนจะยิ้มแยกเขี้ยวออกมาให้เพื่อนสนิทของตัวเอง

 

            “ก็เกลียดนะ บางที...แต่เพราะแบบนี้แหละ เขาเลยดูน่าสนใจ!” จียงตอบเพื่อนของตัวเองพลางนึกในใจอย่างคนอดคิดไม่ได้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมซึงฮยอนถึงไม่สนใจเขาเลย หนอยแน่ะ เป็นใครมาจากไหนกันถึงชอบมาปฎิเสธเขาอยู่ร่ำไป ไม่อยากจะเชื่อเลย ทั้งๆที่ผู้ชายรอบตัวเขา (เกือบ) ทั้งหมดพยายามที่จะเข้ามาจีบเขาตั้งมากมาย แต่คนเหล่านั้นไม่น่าสนใจสักนิด ทุกๆคนดูไร้ความหมาย เพราะคนพวกนั้นไม่ใช่...

 

....ชเว ซึงฮยอน

 

คอยดูนะ ซักวันนายจะต้องมาเป็น ‘แฟน’ ฉัน...คนนี้....!!!

 

 

 

เสียงกริ่งดังขึ้นเมื่อเวลาของการสอนสิ้นสุดลง จียงที่นั่งไขว่ห้างยกข้อมือขึ้นมา นาฬิกายี่ห้อ ODM ที่พึ่งเข้ามาใหม่ถูกสวมใส่อยู่บนข้อมือเล็กของเขา มันเหมือนของเล่นเลยนะ แต่ราคาของมันน่ะไม่ใช่เล่นๆเหมือนรูปร่างนะจะบอกให้ ร่างบางมองตัวเลขดิจิตอลบนนาฬิกา 4 โมงเย็น....เวลาเย็นๆแบบนี้แหละ จียงรู้ว่าซึงฮยอนมักจะช่วยที่บ้านทำงานเสมอ ที่บ้านของซึงฮยอนเป็นเจ้าของมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง แถมยังอยู่ใกล้หอจียงด้วย หึหึ เข้าทางเขาเลยแหละ! *ยิ้มร้าย*

 

ร่างบางรีบเก็บข้าวของที่กองอยู่บนโต๊ะกวาดลงกระเป๋าถือใบโปรดของตนลงก่อนจะโบกมือลายองเบที่ยังเก็บของไม่ทันเสร็จ เพื่อนเตี้ยส่ายหน้าก่อนจะถอนหายใจอย่างคนรู้ทัน ไปหารุ่นพี่อีกแล้วสินะ...

 

ด้วยความที่มหาลัยอยู่ใกล้กับตัวหอ จียงเลยเลือกที่จะเดินทางโดยใช้เท้าของตัวเองทั้งสองข้างก้าวไปมาบนพื้นถนนอย่างสบายอารมณ์ ริมฝีปากบางผิวปากออกมาอย่างอารมณ์ดี จนกระทั่งเท้าของเขาหยุดลงที่หน้าร้านมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง

 

เสียงกริ่งดังขึ้นเมื่อมีคนเปิดเข้ามา ทำให้พนักงานภายในร้านต้องเอ่ยกล่าวสวัสดีลูกค้ากันทุกคน ยกเว้นแต่...คนคนนึงเท่านั้นแหละ!

 

            “ซึงฮยอน! ^^~” เสียงแหลมปรี๊ดดังขึ้นทันทีที่พบหน้าคนที่อยากเจอ ซึงฮยอนรีบถอยจนชิดหลังเคาท์เตอร์ ร่างบางพาตัวเองกระโดดขึ้นไปนั่งบนเคาท์เตอร์เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าเข้ามา ร่างบางนั่งไขว่ห้างพลางเอี้ยวตัวหันหลังไปมองซึงฮยอนตาแป๋ว

 

            “หลีกไป ฉันจะขายของ...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจของจียงเต้นตึกตักยามที่ได้ยินเสียงทุ้มนั้นเอ่ยคำพูดออกมา

 

            “ก็ยังไม่มีลูกค้ามานี่นา...” จียงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อก่อนจะอมลมที่แก้มด้วยความขัดใจ ยังไม่ทันที่จะเอ่ยได้เต็มประโยค เสียงกริ่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้จียงต้องพาตัวเองลงมาจากเคาท์เตอร์ ผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งเข้ามาก่อนจะหันมาสบตากับร่างบาง จียงมองคนคนนั้นก่อนจะหันกลับไปมองหน้าซึงฮยอนต่อ

 

            เสียงเพลงที่ดังขึ้นในรายการโทรทัศน์ทำให้สายตาเรียวของจียงต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง เพลงโปรดของศิลปินที่มีชื่อเสียงในเกาหลี.... ‘BIGBANG’

 

            “นี่ๆ ซึงฮยอน~” เสียงของจียงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบที่มีแต่เสียงเพลงบนโทรทัศน์

 

            “.....”

 

            “นายว่าถ้าฉันไปทำสีผมเหมือนจีดราก้อนฉันจะน่ารักเหมือนเขาไหม?” จียงว่าก่อนจะใช้นิ้วเรียวของตนสัมผัสที่เส้นผมสีดำสนิทของตัวเองตัวเองก่อนจะม้วนไปม้วนมาให้คนตรงหน้าดู

 

            “...ก็ลองดู” ซึงฮยอนว่าลอยๆพลางเช็คราคาของสินค้าไปด้วย ยังไม่ทันที่จียงจะตอบรับออกมาด้วยความดีใจ ลูกค้าผู้ชายคนที่สบตาจียงคนนั้นก็เดินเข้ามาวางของบนเคาท์เตอร์ ลูกกวาดสีสวยและดูน่าทานดูไม่เข้ากับผู้ชายคนนี้จริงๆ จียงคิดในใจอยู่เงียบๆ

 

            ทันทีที่ซึงฮยอนใส่สินค้าลงถุงและคิดเงินเสร็จ เหล่าขนมลูกกวาดสีสวยที่จียงพึ่งคิดว่าไม่เหมาะกับคนๆนี้ก็ถูกผู้ชายคนนั้นยื่นถุงนั้นมาอยู่ตรงหน้าเขาเอง

 

            “ผมคิดว่าสีของมันดูน่ารักและน่าทาน...เหมือนคุณ” น้ำเสียงทุ้มต่ำพอๆกับซึงฮยอนถูกเอ่ยขึ้นมาจากริมฝีปากของผู้ชายคนนั้น จียงหน้าแดงวาบเมื่อคนคนนั้นจงใจเน้นคำพูดที่ส่อถึงสถานการณ์บนเตียงเป็นอย่างมาก จียงรับถุงขนมนั้นมาไว้ในมือโดยไม่ทันรู้ตัว ผู้ชายคนนั้นก้มลงมามองใบหน้าเรียวขาวของจียงก่อนจะส่งยิ้มให้และปรายตามองซึงฮยอนด้วยสายตาที่จียงพอจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้คงไม่ชอบซึงฮยอน...

 

            เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้งเมื่อร่างของผู้ชายคนนั้นเดินออกไปจากร้าน พนักงานภายในร้านรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆที่อยู่รอบตัวของสองคนนี้ จึงได้แต่ยืนนิ่งๆและตั้งใจฟังบทสนทนาของคู่นี้อย่างเงียบๆ

 

            “อ่ะ เอ่อ ฉันไม่ได้ตั้งใจรับมันมานะ ซึงฮยอน...” จียงว่าเลิกลั่กก่อนจะวางถุงขนมลงบนเคาท์เตอร์ทันทีราวกับถุงนั้นเป็นของร้อน

 

            “มันเป็นสิทธิ์ของนาย...ไม่เกี่ยวกับฉัน...” ร่างสูงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา จียงรู้สึกว่าหัวใจของเขามันกำลังถูกอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นบีบรัดเสียจนอึดอัด ร่างบางกำมือแน่น เขาจะอดทนไม่โกรธซึงฮยอน ถึงเราจะไม่เกี่ยวกับเขา แต่เราก็อยากจะให้เขา...จดจำเรื่องของเราบ้าง....แม้เพียงน้อยนิด

 

            จียงไม่พูดอะไรต่อ แต่กลับยิ้มให้ซึงฮยอน ทำให้ร่างสูงเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นร่างของจียงเดินหายเข้าไปในชั้นวางสินค้า ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับของที่ถืออยู่ในมือ...น้ำยาโกรกผม

 

            ซึงฮยอนรับของที่จียงนำมาวางไว้บนเคาท์เตอร์ก่อนจะกดคิดเงินให้อย่างเงียบๆ จียงรับของที่ตัวเองซื้อมาก่อนจะแจกยิ้มให้ร่างสูงอีกครั้ง

 

            “ไปก่อนน๊า~พรุ่งนี้เจอกันนะ ซึงฮยอน...” ร่างบางว่าพลางกระพริบตาข้างนึงให้ มือเรียวถูกยกขึ้นมาโบกลาอีกฝ่ายก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวกระโดดออกจากร้านมินิมาร์ท....

           

            .

            .

            .

 

            ยามเช้าของอีกวันได้ก้าวผ่านมาอีกครั้ง วันนี้ร่างบางตื่นสายกว่าทุกทีเลยทำให้เขาต้องเร่งฝีเท้าออกมาจากหออย่างรีบร้อน ตัวเลขดิจิตอลที่อยู่บนนาฬิกาคอยย้ำเตือนว่าใกล้จะถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว ทันทีที่จียงก้าวขาเข้ามหาลัย เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทันที

 

            เส้นผมที่เคยดำสนิทกลับเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสวยเพียงแค่ข้ามคืนเดียว ใบหน้าเรียวกลับดูเปล่งปลั่งขึ้นอย่างน่าแปลกใจ ร่างบางไม่สนใจเสียงฮือฮารอบข้างแต่กลับเร่งฝีเท้า

 

จนกระทั่ง...

 

            “โอ๊ย!” เสียงแหลมเล็กดังขึ้นเมื่อใบหน้าของเขาชนเข้ากับอกแกร่งของคนคนหนึ่งเต็มแรง ร่างบางของจียงบีบจมูกของตนเองเบาๆก่อนจะเงยหน้าและกำลังจะเอ่ยขอโทษคนที่เขาวิ่งเข้าไปชน แต่กลับต้องเงียบลงเมื่อสายตาคู่นั้นมองลงมาเพื่อสบตาเขา

 

            ตึกตัก...ตึกตัก...

 

            คนที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงได้ถึงขนาดนี้มีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น!

            ชเว ซึงฮยอน!!

 

            “ทีหลังก็ระวังหน่อย...” เสียงทุ้มต่ำของร่างสูงดังขึ้น จียงที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ก็ต้องสะบัดหน้าตัวเองเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ชิดคนตัวสูงกว่า

 

            “ขอโทษนะ...นายไม่เป็นไรใช่ไหม?” จียงถามอีกฝ่ายเสียงลน ดวงตาเรียวเลิ่กลั่กมองอีกฝ่าย ด้วยกลัวว่าซึงฮยอนจะโกรธเขา

 

            “....” ร่างสูงไม่พูดอะไร เขาก้มลงมองคนที่ตัวเล็กกว่า ทันทีที่ดวงตาคมสบตาเข้ากับดวงตาเล็กสีนิลสวย เขาก็เลือกที่จะเสใบหน้าหล่อไปอีกทาง ก่อนจะดันคนตัวเล็กที่อยู่ข้างหน้าให้ถอยห่างออกไปจากตน และเดินจากไปโดยไม่ล่ำลาจียงแม้แต่น้อย

 

            ร่างบางยืนอยู่นิ่งๆ ริมฝีปากบางถูกขบกัดโดยเจ้าตัว เมื่อคืนเขาอุตสาห์มาสค์หน้า แถมยังโกรกสีผมมาใหม่เพราะอยากจะเหมือน จีดราก้อนวงบิ๊กแบง บ้างอะไรบ้าง T^T หรือว่าเขาจะหน้าตาไม่ผ่านจริงๆ ซึงฮยอนเลยไม่หันมาสนใจเขาซักที... แถมยังชอบหลบหน้าหลบตาเขาอีก ร่างบางผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปในอาคารเรียนอย่างเซ็งๆ

 

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้งเป็นสัญญาณว่าหมดคาบแล้ว จียงรีบเก็บของลงในกระเป๋าก่อนจะล่ำลาเพื่อนเตี้ยและรีบเร่งฝีเท้าเพื่อเดินออกไปยังสถานที่ประจำที่เขาต้องไปทุกครั้งก่อนเข้าหอ

           

 

            ร้านมินิมาร์ทของซึงฮยอน

 

            เสียงกริ่งดังขึ้นเมื่อจียงก้าวเท้าเข้ามา ร่างบางหันซ้ายหันขวาเพื่อหาร่างสูง...แต่กลับไม่พบคนที่เขาต้องการจะเจอ จียงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยก่อนจะเดินไปหา ซึงรี ซึงเป็นพนักงานของร้านมินิมาร์ทแห่งนี้

 

            “นี่~ซึงรี นายรู้เปล่าว่าซึงฮยอนเขาหายไปไหน?” จียงถามอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ในเคาท์เตอร์แทนคนของเขา ซึงรีส่ายหน้าเบาๆก่อนจะเอ่ยตอบ

 

            “เห็นบอกว่าจะไปไหนก็ไม่รู้อ่ะ อีกซักพักก็คงกลับละมั้ง” จียงพยักหน้าให้กับคำตอบของซึงรีพลางคิดว่าซึงฮยอนจะไปไหนนะ ในเวลาแบบนี้ เขาไม่เคยเห็นซึงฮยอนโดดงานเลยซักครั้ง

 

            “งั้นเดี๋ยวฉันมาใหม่แล้วกันนะ...” จียงว่าพลางเอ่ยลาซึงรี ร่างบางเดินออกไปนอกมินิมาร์ทเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ดวงตาเรียวของจียงก็มองเห็นร่างสูงที่คุ้นเคย....ซึงฮยอน...กับใคร?

 

            ซึงฮยอนเดินเคียงข้างหญิงสาวคนหนึ่งทั้งคู่หัวเราะต่อกระซิกกันอย่างสนุกสนาน สาบานได้เลยว่าตั้งแต่จียงตามซึงฮยอนมาเนี่ย ยังไม่เคยเห็นซึงฮยอนยิ้มและหัวเราะขนาดนี้มาก่อน อย่างมากก็แค่ยิ้มมุมปาก ร่างบางจิกนิ้วลงไปบนเสื้อเชิ๊ตสีขาวที่ตนเองใส่ก่อนจะให้กำลังใจตัวเองอยู่ภายในใจ จียงเงยหน้าขึ้นมามองซึงฮยอนที่กำลังเดินใกล้เข้ามาหาเขา ทุกที ทุกที... เหมือนว่าร่างสูงจะชะงักเมื่อเจอเขาอยู่หน้าร้านมินิมาร์ท รอยยิ้มที่เขาพยายามสร้างมันขึ้นมากลับค่อยๆหายไปเมื่อซึงฮยอนเลือกที่จะเดินผ่านร่างของเขาไปราวกับเขาเป็นธาตุอากาศ

           

            ทำไมทำเหมือนว่า  

เราไม่รู้จักกัน…’

 

            หรือเพราะนายกลัวเธอคนนั้น คนที่ยืนอยู่ข้างนาย...จะรู้ว่า 

            ฉันรักนาย....?

 

            ฉันรู้แล้ว ที่ผ่านมาที่นายทำท่ารังเกียจฉัน

            ที่นายไม่เคยสนใจฉัน

            ที่นายชอบหลบตาฉันและเดินผ่านฉันไปโดยทำเหมือนมองไม่เห็นฉัน

            ก็เพราะนาย....รักเธอคนนั้น...ไม่ใช่ฉันคนนี้

 

            น้ำตาแห่งความเศร้าไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ฟันขาวขบกัดกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ทุกครั้งที่ซึงฮยอนทำท่าทีรังเกียจ เขามักจะไม่สนใจ เพราะเขาคิดว่า ‘ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก’ เขาแค่คิดว่าถ้าเขาทำแบบนี้ ซักวัน....ซึงฮยอนจะใจอ่อนและรับเขาเข้าไปในชีวิตของซึงฮยอน แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่า ต่อให้เขาพยายามมากแค่ไหน...ความฝันของเขาที่มีซึงฮยอนยืนอยู่เคียงข้างก็ไม่มีทางเป็นจริงอยู่ดี

 

            ก็ในเมื่อ....

            ชเว ซึงฮยอน เขา...มีเจ้าของอยู่แล้วนี่นา....

 

            อีกหนึ่งเช้าที่จียงคิดว่าเมื่อคืนช่างเป็นค่ำคืนที่ยาวนานที่สุดในรอบปี ร่างบางลุกจากเตียงนุ่มของตนขึ้นมาส่องกระจก ไม่แปลกใจเลย ถ้าดวงตาเรียวของเค้าจะบวมช้ำและมีรอยคล้ำในคราเดียวกัน เขาร้องไห้ทั้งคืน ใบหน้าที่เคยเปล่งปลั่งดูทรุดโทรมกว่าทุกครั้ง แค่นึกถึงภาพของคนที่ตัวเองชอบเป็นของคนอื่น แค่นี้น้ำตาที่เคยเหือดหายไปก็รื้นขึ้นมาอีกครั้ง จียงสะบัดใบหน้าไปมา ร่างบางใช้หลังมือของตนเช็ดน้ำตาให้ตัวเองก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำและแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปเรียน

 

            วันนี้จียงเลือกที่จะใส่แว่นเลนส์ดำเพื่อปกปิดดวงตาที่บอบช้ำ ร่างบางเดินเข้ามาพลางถอนหายใจเมื่อรอบๆตัวของเขามีแต่ผู้ชายใช้สายตามองเขาอย่างกับจะกลืนกินเขาไปทั้งตัว เท้าเรียวยาวรีบเดินเข้าไปในตัวอาคาร จนกระทั่งถึงห้อง จียงทิ้งตัวนั่งลงข้างๆยองเบทันทีที่ก้าวเข้าไปนั่งเก้าอี้

 

            พอดีกับที่อาจารย์เข้ามาสอน ทั้งคู่เลยหยิบอุปกรณ์การเรียนขึ้นมา วันนี้จียงเงียบผิดปกติจนยองเบสังเกตได้ เพื่อนเตี้ยลอบมองเพื่อนสนิทตัวเองที่ใส่แว่นดำไปจดเลคเชอร์ไปด้วยความสงสัย แต่เขาเลือกที่จะเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ก่อนแล้วตั้งหน้าตั้งตาเรียนแทน...

 

            เห็นแบบนี้ ทง ยองเบก็ขยันนะครับ ^^

 

            ตอนเย็น

 

            เสียงกริ่งดังขึ้นเฉกเช่นทุกวัน ยองเบหันหน้าไปมองเพื่อนสนิทที่นั่งเหม่อมองไปข้างหน้ากระดาน ทุกทีเสียงกริ่งดังไอ้จียงมันต้องรีบเก็บข้าวของไปตามซึงฮยอนแล้วไม่ใช่เรอะ!? มือสากโบกขึ้นลงตรงหน้าจียงเมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทีว่าจะขยับแต่อย่างใด ทันทีที่ร่างบางรู้สึกถึงสิ่งแปลกๆที่อยู่ตรงหน้า เขาก็กระพริบตาถี่ๆพลางหันหน้าไปมองยองเบด้วยอารมณ์ตกใจ

 

            “อะไรของมึง!?” จียงสบถออกมาเบาๆเมื่อเห็นยองเบขมวดคิ้วแน่น

 

            “เลิกเรียนแล้ว มึงไม่ไปหาที่รักมึงเรอะ!?” ทันทีที่ยองเบพูดจบ ทุกอย่างรอบตัวก็ดูเงียบลง จียงยิ้มกว้างก่อนจะเก็บของใส่กระเป๋าตัวเอง

 

            “เออ นานๆทีก็อยากไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างว่ะ ป่ะ ไปกัน!” จียงว่าอย่างอารมณ์ดีพลางคว้ากระเป๋าเป้ของยองเบแล้วกวาดของที่อยู่บนโต๊ะของเจ้าตัวลงมาใส่กระเป๋าทั้งหมด จียงรูดซิปแถมให้ก่อนจะยื่นกระเป๋าให้ยองเบ มือบางคว้าเพื่อนเตี้ยขึ้นมาแล้วเดินออกจากมหาลัยทันที

 

            วันนี้เส้นทางที่จียงกำลังเดินไปกำลังเปลี่ยนทิศ เขาเลือกที่จะเดินไปอีกทางที่ตรงข้ามกับเส้นทางที่เคยเดินทุกวัน ร่างบางฮัมเพลงขึ้นมาอย่างอารมณ์ดีพลางลากยองเบเที่ยวนู่นช๊อปนี่กินนั่นจนกระทั่งดวงจันทร์เริ่มส่องแสงอยู่บนท้องฟ้า ยองเบจึงขอตัวลาจียง ร่างบางพยักหน้าขึ้นลงก่อนจะแยกเขี้ยวโบกมือลาเพื่อนซี้

 

            ยองเบกลับไปตั้งนานแล้ว...แต่เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ร่างบางขมวดคิ้วเมื่อหัวใจที่เคยเต้นแรงกลับดูช้าลง เมื่อเขานึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เขาพึ่งประสบพบเมื่อวานนี้ แค่ไม่มีคนยืนอยู่ข้างๆ เขาก็วกกลับมาคิดเรื่องนี้ทุกครั้งไป ร่างบางเลือกที่จะเดินกลับหอเพราะที่เที่ยวเองก็อยู่ไม่ห่างจากตัวหอมากนัก

 

            เป็นครั้งแรกที่จียงรู้สึกไม่อยากเดินผ่านร้านมินิมาร์ทของซึงฮยอนแล้วก็ไม่อยากเจอ ซึงฮยอน ด้วย! แต่ในเมื่อมันเป็นทางผ่านจะให้เขาทำยังไงได้ล่ะ? จียงเดินไปเรื่อยๆ แสงไฟจากเสาไฟทำให้จียงเห็นร่างของคนคนหนึ่งอยู่หน้าร้านมินิมาร์ท หัวใจของเขาเต้นแรงเหมือนทุกครั้งที่พบเจอ... ซึงฮยอน

 

            นายมายืนทำอะไรหน้าร้านในเวลาแบบนี้นะ!?

            แล้วฉันจะเดินไปยังไงล่ะ? T^T

            ก็ตอนนี้ คนมันยังไม่พร้อมที่จะเจอนี่นา...

 

            ร่างสูงของซึงฮยอนหันไปทางจียงเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคน จียงรีบเข้าไปหลบอยู่หลังเสา ทุกอย่างเงียบลงทันที ยังคงมีแต่เสียงลมในฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านไปทั่วท้องถนน จียงเหลือบไปมองคนที่ยืนอยู่หน้าร้านมินิมาร์ท แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าซึงฮยอนจะขยับเขยื้อนไปไหน แถมยังมองมาทางเขาอีกต่างหาก! หรือว่าจะรู้แล้วว่าเขาแอบยืนอยู่หลังเสา โอย~ จียงสาบานได้ว่าลมตอนนี้มันเย็นมาก แต่เขากลับมีแต่เหงื่อเต็มใบหน้าไปหมดเมื่อเสียงฝีเท้าที่เขาคาดว่าน่าจะเป็นของซึงฮยอนกำลังเดินมาทางนี้แล้ว! เสียงฝีเท้าหนักขึ้นเรื่อยๆ จียงหลับตากลั้นหายใจแน่นราวกับกลัวอีกฝ่ายจะเดินเข้ามาเห็น และทันใดนั้น...

 

            “ซึงฮยอน ทำอะไรของนายน่ะ? กลับมาเช็คสต๊อกสินค้าเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงหวานดุของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ซึงฮยอนหยุกชะงักก่อนที่จะขานรับ เท้าที่เคยเดินมาทางเขากลับเบาลงเมื่อเจ้าตัวเปลี่ยนเส้นทางการเดิน

 

            “เฮ้อ~” จียงถอนหายใจหนักพลางหลับตาอย่างโล่งอกเมื่อมีเสียงเรียกจากนางฟ้ามาช่วยชีวิตเขา ร่างบางยืนอยู่นิ่งๆซักพักนึงก่อนจะเดินผ่านร้านมินิมาร์ทมาด้วยความตื่นเต้น ทำไมนะ... แค่เดินผ่านร้านมินิมาร์ทของซึงฮยอนแค่นี้ ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและกระวนกระวายใจได้ขนาดนี้

 

            ตั้งแต่วันนั้นมา จียงก็ไม่ไปหาซึงฮยอนที่ร้านมินิมาร์ทอีกเลย ไปมหาลัยทีไรก็เจอแต่ซึงฮยอน ทีตอนที่เขาคลั่งนักคลั่งหนานี่ไม่เห็นจะเจอบ่อยขนาดนี้เลย ให้ตายเถอะ! สวรรค์ต้องการกลั่นแกล้งอะไรเขาเนี่ย? จนกระทั่งผ่านไปอาทิตย์หนึ่ง...

 

            ณ.โรงอาหารในมหาลัย

 

            “เฮ้ย ไอ้จียง!” เสียงของ ทง ยองเบหรือเพื่อนซี้ตัวเตี้ยเอ่ยเรียกชื่อเขาขึ้นมา จียงที่กำลังนั่งกินข้าวกระพริบตาตอบรับ อีกฝ่ายที่นั่งอยู่ตรงข้ามเนื่องจากเขากำลังเคี้ยวข้าวอยู่เต็มปากเลยไม่สามารถพูดได้

 

            “ถามจริงเหอะมึง มีอะไรกับพี่ซึงฮยอนรึเปล่า?” ทั้งคำถามและชื่อที่เอ่ยขึ้นมาพร้อมเพรียงกันแบบนี้ ทำให้หัวใจจียงรู้สึกกระตุกวูบขึ้นมาอีกครั้ง จียงแสร้งยิ้มกว้างออกมาก่อนจะกลืนข้าวคำโตลงไปในคอแล้วเอ่ยตอบเพื่อนสนิทของตัวเองไป

 

            “เปล่านี่มึง ถามทำไม?”

 

            “ก็เดี๋ยวนี้กูไม่เห็นมึงแวะไปร้านมินิมาร์ทของพี่ซึงฮยอนบ้างเลยนี่นา” ยองเบเอ่ย จียงเงียบก่อนจะทำหน้าเหมือนคิดอะไรบางอย่าง

 

            “อืม...ไม่มีอะไรหรอกน่า” จียงตอบปัดๆไป ตอนนี้กับข้าวหน้าตาน่ารับประทานแถมรสชาติก็ดีเหมือนกับหน้าตาแต่จียงรู้สึกว่าไม่อยากจะทานซะแล้วสิ ร่างบางวางตะเกียบลงก่อนจะหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดูดน้ำล้างคอ

 

            “ไม่มีอะไรแน่นะ?” เออ บอกว่าไม่มีก็ไม่มีดิ ทำไมไอ้เชี่ยเบ้มันย้ำจังวะ?

 

            “เออ ไม่มี...”

i

            “ถ้ามันไม่มีอะไรจริงๆ แล้วมึง...ร้องไห้ทำไม?” ใครร้องไห้วะ? ร่างบางเงยหน้าจากการดูดน้ำก่อนจะวางแก้วลง มือบางจับแก้มตัวเองเบาๆ จียงรู้สึกถึงน้ำใสๆที่อาบอยู่เต็มแก้มของตัวเอง...ทำไม เขาไม่รู้ตัวเลย?

 

            “จียง มึงเลิกหลอกตัวเองซักที กูรู้ว่าทุกวันนี้มึงไม่สบายใจ แต่มึงก็ยังฝืนยิ้มให้กูอยู่ได้ทุกวัน แต่กูจะขอบใจมึงมากกว่านี้ถ้ามึงจะเลิกแบกปัญหาด้วยตัวคนเดียวแล้วหันมาปรึกษาเพื่อนแบบกู!” ยองเบเอ่ยเสียงเรียบ น้ำตาที่ไม่รู้มาจากไหนมากมายเอ่อล้นและพรั่งพรูออกมาจากดวงตาเรียวสวยสีนิลของจียง ริมฝีปากบางถูกขบกัดโดยเจ้าตัวเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น มือบางปิดใบหน้าของตนเองเอาไว้ทั้งสองข้างเพื่อปิดบังน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาไม่ให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็น หากแต่ไหล่เล็กสั่นสะท้านรุนแรงจนคนด้านข้างรู้สึกได้เลยว่าคนคนนี้กำลัง...ร้องไห้หนัก

 

            “จียงมึงใจเย็นๆนะ...กูว่าเราย้ายที่กันก่อนดีกว่า” ยองเบว่าเมื่อร่างสันทัดหันซ้ายหันขวาก็พบว่ามีแต่คนจับตามอง ยองเบรีบหยิบกระดาษทิชชู่พลางยืนให้จียงที่ยังปิดตาก้มหน้าร้องไห้อยู่ สัมผัสแผ่วเบาของทิชชู่ที่ยองเบยื่นให้ทำให้จียงต้องค่อยๆคลายมืออกจากใบหน้าของตนที่เต็มใบด้วยคราบน้ำตา มือบางรับทิชชู่จากมือเพื่อนสนิทก่อนจะค่อยซับน้ำใสๆที่เกาะอยู่เต็มดวงตา

 

            หลังจากที่จียงจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่จึงลุกออกจากโรงอาหารและเดินออกจากมหาลัยทันที

            ยองเบยอมโดดเรียนก็ได้วะ นานๆทีเพื่อนมันจะทุกข์ใจขนาดนี้!!

            .

            .

            ทันทีที่ถึงห้องในหอพักของจียง ยองเบก็ลากเจ้าของห้องเข้ามาใกล้ๆทันที

 

            “ไหนมึงเล่ามาซิ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตมึง!?” โอ๊ย ยังไม่ทันที่กูจะได้หายใจเอาอากาศในห้องเข้าหลุมกอล์ฟกูมึงก็ถามแล้วเหรอ? จียงถอนหายใจหนักๆก่อนจะยอมเอ่ยปากออกมา

 

            “ก็มีอยู่วันหนึ่ง...”

 

            “นี่มึงกำลังเล่านิทานให้กูฟังอยู่รึเปล่า?”

 

            “นิทานบ้านเตี่ยมึงดิ กูจริงจัง! จะฟังไม่ฟัง!?”

 

            “เออๆ เล่ามาๆ”

 

            จากนั้น จียงก็เลยจัดแจงเล่าเรื่องที่เขาเจอซึงฮยอนเดินมากับผู้หญิงคนหนึ่งให้เพื่อนซี้ฟัง เล่าแล้วมันก็ปวดใจ อยากจะร้องไห้อีกซักรอบจริงๆ TT”

 

            “เออ แล้วมึงถามพี่เค้าไปรึยังล่ะ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับพี่เค้า” ยองเบถามพลางยื่นกล่องทิชชู่ที่วางอยู่บนโต๊ะไปให้เจ้าของห้องที่เริ่มน้ำตาคลออีกครั้ง เขารู้ว่าจียงอ่อนไหวง่าย แต่ไม่คิดว่าจะเป็นขนาดนี้...

 

            “ไม่ต้องถามก็รู้แล้วมึง...อึก มึงคิดดูดิ ทุกทีก็ทำท่ารังเกียจกูแล้ว แต่นี่แบบ เดินผ่านกูไปเลยอ่ะ เหมือนไม่รู้จักกัน!” ร่างบางว่าพลางสะอื้นไปเมื่อนึกถึงภาพที่บาดตาบาดใจเขาไปตลอดชีวิต

 

            “มึงเจอแบบนี้...มึงก็เลยไม่อยากเจอพี่เค้าน่ะเหรอ?” จียงชะงักก่อนจะส่ายหน้า ไม่ใช่ไม่อยากเจอนะ อันที่จริงเขาอยากเจอมากๆ แต่เวลาเจอซึงฮยอนทีไร มันก็เหมือนทำใจไม่ได้ซักทีนี่นา...

 

            “ถ้ามึงไม่อยากรู้สึกเสียเปล่า กูว่าทำไมมึงไม่ลองซักตั้งล่ะ?”

 

            “ลองอะไรวะมึง?”

 

            “บอกรักไง!”

 

            “แต่กูแสดงตัวออกขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่รู้ก็โง่เต็มทนแล้วล่ะมึง!”

 

            “กูไม่ได้หมายความว่าพี่เค้าไม่รู้ว่ามึงรัก แต่...มึงเคยบอกพี่เค้ารึเปล่าล่ะ ว่ามึงรักพี่เค้าน่ะ!”

 

            “....” จียงได้แต่เงียบและส่ายหน้าเป็นคำตอบ ถึงจียงจะเป็นคนที่แสดงออกแต่ถ้าจะให้ไปบอกแบบนั้น...มันน่าอายจะตาย เขาเลยเลือกที่จะแสดงออกแบบนั้นมากกว่าคำพูด!

 

            “มึงบอกไปเถอะ จียง กูว่าถึงพี่เค้าจะปฏิเสธมึง แต่อย่างน้อย มึงก็ได้บอกเค้าให้รู้ซักที แล้วกูก็หวังว่าพี่เค้าจะเข้าใจความรู้สึกมึง จียง....เฮ้ย!!!” ทันทีที่ยองเบพูดจบ ร่างบางๆของจียงก็วิ่งออกไปจากห้องตัวเองทันทีโดยไม่ยอมบอกอะไรเพื่อนเตี้ยที่นั่งช๊อกกับความใจร้อนของเพื่อนซี้ตัวเอง

 

            แต่...เอาน่ะ สิ่งที่เพื่อนตัดสินใจไปแล้วและมันก็เป็นสิ่งที่ดี ยองเบก็สนับสนุนนะ! *ยิ้มกว้าง*

            เสียงกริ่งดังขึ้นเมื่อร่างของจียงพรวดพราดเข้ามา ทำเอาพนักงานและลูกค้าที่อยู่ภายในร้านต้องหันมามองร่างของจียงเป็นตาเดียวด้วยความตกใจ

 

            “ซึงรี ซึงรี๊! ~” เจ้าของชื่อที่ยืนเช็คสินค้าให้ลูกค้าอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยงก่อนจะจรดนิ้วชี้ไว้ที่ปากเป็นเชิงให้เงียบเสียง จียงหันซ้ายหันขวาก่อนจะก้มหน้างุดด้วยความอายเมื่อสายตาของทุกคนจ้องมายังที่ตัวของเค้า หลังจากที่ซึงรีบริหารลูกค้าเสร็จ เจ้าตัวก็ลากจียงเข้าออกไปหน้าร้านทันที

 

            “เกิดอะไรขึ้น??” รุ่นน้องตาแพนด้าคนสนิทอีกคนของจียงอีกคนเอ่ยถามรุ่นพี่ของตนด้วยความเป็นห่วง

 

            “ซึงฮยอนล่ะ??” จียงเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างร้อนรน ซึงรีส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยตอบคำถามของคนตรงหน้า

 

            “พี่เค้ายังไม่กลับมาเลย มันยังไม่ถึงเวลาเข้ากะ” ซึงรีตอบอย่างใจเย็นก่อนจะค่อยๆตบแขนอีกฝ่ายเบาๆบ่งบอกให้อีกฝ่ายใจเย็นๆ จียงค่อยๆผ่อนลมหายใจก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

 

            “งั้นนายไปทำงานเถอะ ฉันไม่รบกวนแล้ว” ร่างบางเอ่ยพลางยิ้มให้รุ่นน้อง เมื่อเห็นสีหน้าเป็นห่วงของซึงรี

            “ไม่เป็นไรแน่นะ พี่?” ซึงรีเอ่ยถามอีกครั้ง

            “ไม่เป็นไรๆ ขอบใจนายมาก” ซึงรีพยักหน้าตอบก่อนจะเดินเข้าไปทำงานในร้าน

 

            เวลาผ่านไปนานเหมือนกัน แต่จียงก็เลือกที่จะรอ... เชว ซึงฮยอน ผู้ชายคนแรกที่เขาตกหลุมรัก แค่คนคนนั้นเดินผ่านเขาก็รู้สึกเลยว่า คนคนนี้นี่แหละ พรหมลิขิต! กลิ่นน้ำหอมแบบสปอร์ตเหมาะกับบุคลิกหน้าตารูปร่างและผลการเรียนก็ดีเด่นไม่แพ้ใคร แต่ที่จียงถูกใจซึงฮยอนคนนี้ก็เพราะนิสัยนี่แหละ! จียงแอบสืบมาได้ว่า ที่บ้านของซึงฮยอนที่เป็นร้านมินิมาร์ท ถึงแม้จะเป็นแค่ร้านเล็กๆ ฐานะก็ไม่ได้รวยอะไรมากมาย แต่จียงรู้ว่าซึงฮยอนเป็นผู้ชายอบอุ่นและรักครอบครัวมาก ถึงจะชอบทำตัวเงียบและรังเกียจเขาบ้างก็ตามที ความอ่อนโยนในด้านที่ไม่มีใครเคยเห็นด้านนี้ของซึงฮยอนทำให้จียง...ตกหลุมรัก

 

            จียงเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆที่กำลังใกล้เข้ามา จียงเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับซึงฮยอนและก็เหมือนเดิม...ซึงฮยอนเดินมากับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว...ร่างสูงหยุดชะงักทันทีเมื่อรู้สึกถึงความเย็นเฉียบจากมือบางของคนคนหนึ่งที่มาสัมผัสเข้ากับแขนของเขา

 

            “เอ่อ ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม?...” จียงเอ่ยถามพลางเงยหน้าสบตามองดวงตาสวยของซึงฮยอน ก่อนจะเหลือบไปมองผู้หญิงผมสีดำยาวหน้าตาสะสวยที่ยืนอยู่ข้างร่างสูง ร่างบอบบางของผู้หญิงคนนั้นพยักหน้าขึ้นลงก่อนจะอมยิ้มให้จียง

 

            “งั้นฉันเข้าไปในร้านก่อนนะ...” เสียงหวานของผู้หญิงคนนั้นว่าก่อนจะเดินเข้าไปในร้านมินิมาร์ท

 

            ทุกอย่างรอบกายดูเงียบลงทันที เมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมา ความตื่นเต้นเข้ามาถาโถมภายในใจของจียงจนเขาเริ่มพูดไม่ออก จียงผละมือของตนออกจากแขนของร่างสูงออกเมื่อเขารู้สึกว่าเหงื่อเริ่มผุดขึ้นออกมาจากมือของเขาเอง

 

            “มีอะไรจะพูดรึเปล่า?” ซึงฮยอนถามจียงเสียงแข็ง ร่างบางสะดุ้งสุดตัวก่อนจะกัดริมฝีปากแน่น ความมั่นใจที่เขาเคยมีต่อคนคนนี้ ตอนนี้มันหายไปไหนหมดนะ แค่คำสั้นๆคำเดียว ทำให้เขาตื่นเต้นได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ?

 

            “เอ่อ มันจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ฉันจะพูด...ซึงฮยอน...แล้วฉันจะไม่รบกวนนายอีก...” จียงว่าก่อนจะกลืนน้ำลาย หัวใจของเขาเต้นแรงกว่าทุกครั้ง

 

            “.....”

 

            “ฉันรักนาย!!!”เสียงเล็กแหลมของร่างบางตะโกนบอกซึงฮยอนเสียงดังลั่น บอกไปแล้ว....เขาบอกไปแล้ว!! จียงยังคงก้มหน้าเงียบและเมื่อไม่มีคำตอบจากคนตรงหน้าอีก ความหวังที่เขาเคยมีก็ดับวูบลง จียงแค่นยิ้มพลางกลั้นน้ำตาเอาไว้ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

 

            “ถึง...ถึง แม้ว่านายจะมีแฟนแล้วก็ตามแต่...ฉัน...อยากจะมาบอกนายแค่นี้แหละ!” จียงว่าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา หวังแค่เพียงว่าจะมองหน้าคนที่เขารักสุดหัวใจเป็นครั้งสุดท้าย...แต่....?

 

            “ซึงฮยอน นาย...เป็นอะไรอ่ะ?” จียงขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง เท้าเรียวเขย่งขึ้นมาก่อนจะใช้มือบางของตนประคองแก้มเนียนของร่างสูงเอาไว้ แก้มเนียนของซึงฮยอนนุ่มชะมัดเลย แต่มันก็ร้อนแล้วก็แดงมาก!

 

            “นายไม่สบายรึเปล่า?  ให้ฉันเรียก...แฟนนายให้ไหม?” จียงว่าอย่างร้อนรนก่อนจะผละมือบางของตนออกจากแก้มเนียนของอีกฝ่าย ร่างบางเตรียมจะเดินเข้าไปในร้านมินิมาร์ท แต่กลับถูกมือของซึงฮยอนดึงเข้ามาอย่างแรงจนใบหน้าน่ารักของจียงปะทะเข้ากับอกแกร่งของร่างสูง

 

            “ไม่ต้อง เพราะถึงนายจะเข้าไปเรียกร้องหาแฟนฉันก็คงไม่มีใครออกมาหรอก” เสียงทุ้มต่ำที่จียงไม่ได้ยินเสียงมาตั้งหลายวันเอ่ยขึ้นมา ร่างบางพยายามขยับตัวเมื่อร่างสูงของซึงฮยอนดึงเขาเข้าไปกอดแน่นก่อนจะเกยคางไว้บนไหล่บาง

 

            เป็นครั้งแรกที่ซึงฮยอนคุยกับเขาเป็นประโยคยาวๆได้ถึงขนาดนี้...แต่...

            ในเมื่อนายมีคนอื่น...

            แล้วสิ่งที่นายทำกับฉัน...มันหมายความว่าอย่างไร?

 

            “เพราะอะไร...?” เสียงของร่างบางเอ่ยถามเสียงแผ่ว หัวใจของเขาเริ่มเต้นเป็นจังหวะหนักอีกครั้งเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย

 

            “ก็เพราะผู้หญิงคนนั้น...ไม่ใช่แฟนของฉันน่ะสิ...” ซึงฮยอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆก่อนจะผละร่างเล็กออกมาเล็กน้อยก่อนจะมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

 

            ชเว ซึงฮยอน

มีใครเคยบอกไหมว่า เวลานายเขิน มัน...โคตรน่ารักเลย!

 

            “แล้วใครล่ะที่เป็นแฟนนาย?” ร่างบางถามอีกฝ่ายด้วยเสียงอู้อี้เหมือนเขินนิดๆ

 

            “คนที่.........ไง”

 

            “หืม?”

 

            “คนที่....รัก....ไง”

 

            “พูดดังๆสิฉันไม่ได้ยิน!”

 

            “คนที่บอกรักฉันเมื่อกี้ไง!!”

 

            “จริงๆนะ”

 

            “......”

 

            “ยอมเป็นของฉันแล้วนะ ซึงฮยอน!!!” จียงตะโกนออกมาสุดเสียงก่อนจะคว้าคนตรงหน้าเข้าไปกอดแน่น คนที่โดนกอดก็อยู่นิ่งๆให้เขากอดด้วยนะ โอ๊ย! จียงดีใจที่สุดในสามโลก~

 

            “เอิ่ม พวกนายรักกันก็ดีแล้ว...แต่ช่วยไม่ขวางทางเข้าหน้าร้านจะได้ไหม?” เสียงหวานของผู้หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกับแง้มประตูหน้าร้านออกมาเล็กน้อย คู่รักคู่ใหม่จึงหันซ้ายหันขวาก็ต้องตกใจเมื่อมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งยืนดูพวกเขากอดกันอยู่หน้าร้าน

 

            “อ่า....แหะๆ” จียงหัวเราะเบาๆพลางผลักซึงฮยอนให้ออกไปจากตัว เสียงฮือฮาที่ดังขึ้นก็เงียบหายไปเมื่อทุกคนพากันเข้าร้านไปจับจ่ายกันในร้านมินิมาร์ท ผู้หญิงผมยาวคนสวยคนนั้นจึงเดินออกมาแล้วยิ้มให้จียง

 

            “ฉัน ชเว ฮเยยุน พี่สาวซึงฮยอนจ้ะ” ร่างบางของหญิงสาวว่าก่อนจะยิ้มกว้างและยื่นมือสวยออกมาเป็นเชิงทักทาย

 

            “อ่อ ฮะ...ผม ควอน จียง...” ร่างบางว่าพลางจับมืออีกฝ่ายเป็นเชิงทักทาย จียงกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเขินอาย จะไม่ให้อายได้ยังไงเล่า ก็เขาเล่นคิดเป็นตุเป็นตะไปเองว่าพี่สาวคนนี้เป็นแฟนของซึงฮยอน...เสียน้ำตาฟรีไหมเนี่ย!?

 

            “อ่าจ้ะ โอเค พี่ไม่รบกวนแล้ว เชิญข้าวใหม่ปลามันแวะไปบนร้านดีกว่า ซึงฮยอน พาน้องขึ้นห้องดิ๊!” ฮเยยุนพูดพลางยิ้มอ่อนโยนให้กับจียง หากแต่พอจบประโยคก็หันกลับมาตวาดใส่ซึงฮยอนเสียงโหด ใบหน้าที่ว่าแดงอยู่แล้วกลับแดงยิ่งกว่าเดิม

            “ขึ้นห้อง! ตลกแล้วพี่!!” เสียงทุ้มต่ำของซึงฮยอนโวยวายพี่สาวตัวเองเสียงเบา

 

            “นายแหละตลกแล้ว ฉันแค่พูดให้พาขึ้นห้องเฉยๆ นายคิดไปถึงไหนแล้วล่ะ!?” เจอพี่สาวตอกกลับเสียงแข็งถึงกับเงียบไปเลย ชเว ซึงฮยอน จียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ด้านใหม่ของซึงฮยอนที่เขาไม่เคยเห็น ที่จริงแล้วซึงฮยอน ไม่ได้เย็นชาอย่างที่คิดเลย แต่เพราะอะไรถึงทำท่าทางกับเขาแบบนั้นนะ...?

 

            .

            .

            ตอนนี้ ควอน จียง นั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียงของซึงฮยอนแล้วก็มีซึงฮยอนนั่งอยู่ข้างๆเขาด้วย หลังจากที่พี่สาวของซึงฮยอนบังคับให้ร่างสูงพาเขาขึ้นมาบนห้อง พร้อมกับดันเขาทั้งคู่จนพวกเราล้มลงไปกับเตียงนุ่มของซึงฮยอน เอ่อ...ผมว่าเราพึ่งตกลงปลงใจกันนะ จะพาขึ้นเตียงเลยมันก็กระไรอยู่ - -

 

            เงียบ เงียบ เงียบ และ เงียบ!

            ทำไมเวลาที่เราอยู่ด้วยกันสองคนทีไร มันต้องเงียบทุกครั้งด้วย?

            แต่...ที่จียงเงียบไปอ่ะ ...เพราะเรา

            ไม่เหมือนเดิมกันแล้วต่างหาก! >///<

 

            “นี่ ซึงฮยอน!” ก็ในเมื่อไม่มีใครพูด เขาก็เลยเป็นฝ่ายพูดก่อนก็ได้!

 

            “อ่ะ...อะไร?” ร่างสูงชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ามามองเขา ดูสิ! เขาหลบตาผมอีกแล้ว ให้ตาย...

 

            “ฉันสงสัยจัง ที่นายคอยทำท่ารังเกียจฉันแล้วก็ชอบหลบตาฉันเนี่ย แล้วนายมาตอบรับฉันทำไม?” คำถามยาวพรืดจนซึงฮยอนไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดี ถึงกับเงียบลง อันที่จริงเขาไม่อยากตอบเลยด้วยซ้ำให้ตายเถอะ เพราะมัน....มัน...

 

            “นี่ เงียบแบบนี้อ่ะ แสดงว่านายเกลียดฉันจริงๆใช่ไหม?” ร่างบางว่าพลางตีสีหน้าเศร้าขึ้นมา ซึงฮยอนที่นั่งอยู่ข้างๆเบิกดวงตากว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธจียงทันที

 

            “ฉันไม่ได้รังเกียจนาย...” ซึงฮยอนว่าแต่สายตาของเขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ต้องมองไปทางอื่นทุกที!

 

            “เนี่ย เห็นไหม? นายหลบตาฉันอีกแล้วนะ!” จียงเอ็ดอีกฝ่ายก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างประคอมใบหน้าคมของซึงฮยอนให้หันมาสบตากับตนเอง

 

            “ฉ่า~” ถ้าเสียงมันดังได้จริงๆผมคงเปรียบให้เป็นเสียงนี้แหละ ตอนนี้ ชเว ซึงฮยอน หนุ่มลุคลึกลับเย็นชา (ในมหาลัย) ตอนนี้หน้าเขาแดงเป็นบ้าเลย

 

            “หรือว่า...ที่จริง นายเป็นคนขี้อาย?....” ร่างบางถามเสียงยานคางแกล้งอีกฝ่ายเล่นพลางทำหน้ากรุ้มกริ่ม ควอน จียง กำลังจะเป็นบ้าตายกับด้านใหม่ของซึงฮยอนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เห็นแล้วอยากแกล้งที่สุด~

 

            “จุ๊บ~” เสียงอะไรน๊อ? ได้ยินไม่ผิดหรอก ร่างบางยื่นใบหน้าพลางหลับตาเข้าไปจุ๊บลงเบาๆที่ริมปากสวยของซึงฮยอนก่อนจะผละออกมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมเบิกตากว้างก่อนจะอ้าปากเหวอหน้าแดงก่ำและช๊อคค้างอยู่ท่านั้นนานมาก จนจียงผลักอีกฝ่ายลงเตียงเบาๆก่อนก้าวจะขึ้นคร่อมอีกฝ่าย

 

            “ขอแกล้งนายอีกนิดได้ไหม? ~” จียงเอ่ยเสียงแผ่วก่อนจะค่อยๆก้มใบหน้าเรียวของตัวเองเข้าไปใกล้ๆกับใบหน้าคมของร่างสูงที่นอนอยู่ด้านล่างของจียง  ริมฝีปากอมชมพูกดจูบหนักๆลงบนริมฝีปากได้รูปของซึงฮยอนก่อนจะค่อยๆสอดแทรกลิ้นอุ่นเข้าไปพัวพันกับร่างด้านใต้....................

 

            “อ๊ะ! ซึงฮยอน...!”

            .

            .

            .

           

 

 

            2 วันถัดมา

 

            ทันทีที่จียงก้าวเดินเข้ามาในมหาลัยในยามเช้า ก็สามารถเรียกเสียงฮือฮาของคนทั่วมหาลัยได้เป็นอย่างดี ก็วันนี้ ควอน จียง ไอดอลของเหล่าเพศชายไม่ได้เดินเข้ามาคนเดียวซะแล้วสิ! ก็ในเมื่อ คนที่เดินข้างๆจียงก็คือ...!

 

            จะเป็นใครไปได้ล่ะ?

            ก็หนุ่มหล่อดีกรีเดือนมหาลัยอย่าง ชเว ซึงฮยอนไง!!!

            ควงกันเข้ามาไม่พอ ควอน จียง ยังเอาใบหน้าน่ารักๆเข้าไปซบตรงต้นแขนของชเว ซึงฮยอนอีก โว๊ยยยยย!!

            แน่ะ แล้วยังจะยิ้มแยกเขี้ยวออกมาแบบนี้อีก!!!

 

            ด้วยความสงสัยสุดพลังทำให้หนุ่มใจกล้าคนหนึ่งเข้าไปถามจียงให้มันรู้แล้วรู้รอด!

           

            “เอ่อ...ควอน จียงครับ...” เสียงคนถามดูนุ่มทันทีขัดกับเสียงโวยวายที่อยู่ภายในใจก่อนหน้านี้มาก

 

            “หื๊ม ว่าไง?” จียงหันหน้าไปตอบรับคนถามอย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มน่ารักของจียงทำเอาเค้าชวนเคลิ้มเสียจริง แต่เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปสูงกว่านั้น...เอ่อ....ผมไม่กล้าจีบจียงของพี่หรอกครับจริงๆอย่าทำหน้าโหดใส่ผมแบบนั้น... ผมแค่อยากจะถามให้มันหายสงสัยแค่นั้นเองครับ คุณ ชเว ซึงฮยอน...

 

            “คุณเป็นอะไรกับ เอ่อ...พี่ ชเว ซึงฮยอนเหรอครับ?” สิ้นประโยคคำถามของคนตรงหน้า จียงกลับยิ้มกว้างกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

 

            โอย ได้โปรดอย่ายิ้มแบบนั้น คุณกำลังทำให้ผมเป็นบ้า!

            (ผู้ชายคนนั้นได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจ)

 

            “เป็นอะไรกันน่ะเหรอ?....อืม....”

 

            “.....”

 

            “Boyfriend น่ะ~” จียงตอบกลับด้วยสำเนียงไฮโซ ก่อนจะหันใบหน้าของตนไปมองซึงฮยอนที่กำลังหลบตาเขาอยู่

 

            คนอะไรน่าแกล้งชะมัดเล๊ย!!~

 

            “นี่...ซึงฮยอน...”

 

            “อ่ะ...ว่าไง!” ดูสิ ขนาดคบกันแล้วก็ยังไม่วายสะดุ้ง เฮ้อ~

 

            “เราเป็นแฟนกันแล้วน๊า~” จียงว่าด้วยน้ำเสียงน่ารักชวนให้ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆต้องก้มใบหน้าลงไปสบตากับคนที่ตัวเล็กกว่า ใบหน้าคมแดงวาบขึ้นมาอีกครั้ง เรียกเสียงหัวเราะให้กับจียงได้อีกครั้ง

 

            “ฉันตอบคำถามนายแล้วนะ ฉันไปได้แล้วใช่ไหม?”

 

            “อ่ะ คะ.... ครับ” จียงกดยิ้มให้ผู้ชายคนนั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะจูงมืออีกฝ่ายเดินออกมา

 

            .

.

 

            “นี่~ ซึงฮยอน” จียงเรียกคนรักเสียงหวาน ไม่วายที่อีกฝ่ายจะต้องสะดุ้งทุกครั้งที่จียงเอ่ยเรียกชื่อของเขา จนจียงเริ่มจะชินเสียแล้วสิ

 

            “อ่ะ อะไร!”

 

            “วันหลังอย่าหน้าแดงในที่สาธารณแบบนี้ได้ป่ะ?” คำตอบของจียงเรียกเครื่องหมายคำถามเต็มหัวของซึงฮยอน จียงหัวเราะคิกคักเบาๆก่อนจะเอ่ยต่อ

 

            “ก็นายหน้าแดง รู้ไหมมันน่าแกล้งเอามากๆ”

 

            “....”

 

            “ถ้าเกิดฉัน...อยากจูบนายขึ้นมาจะทำยังไงเล่า!”

 

            “!!!!!”

 

            “ซึงฮยอน นายอย่าทำหน้าแบบนั้นนะ ถ้านายเป็นลมขึ้นมาอีกฉันแบกนายไม่ไหวหรอกนะจะบอกให้!!”

 

           

           

           

           

           

           

            [END]

            SPECIAL SERVICE FOR READER!

 

            ย้อนความกลับไป....

 

            ขอแกล้งนายอีกนิดได้ไหม? ~จียงเอ่ยเสียงแผ่วก่อนจะค่อยๆก้มใบหน้าเรียวของตัวเองเข้าไปใกล้ๆกับใบหน้าคมของร่างสูงที่นอนอยู่ด้านล่างของจียง  ริมฝีปากอมชมพูกดจูบหนักๆลงบนริมฝีปากได้รูปของซึงฮยอนก่อนจะค่อยๆสอดแทรกลิ้นอุ่นเข้าไปพัวพันกับร่างด้านใต้....................

 

          “อ๊ะ! ซึงฮยอน...!

           

 

 

            คุณคิดว่าเสียงนี้เป็นเสียงอะไร!?

            ติ๊กต่อก...ติ๊กต่อก....

            หมดเวลา!!!!

           

           

            ใช่...มันเป็นเสียงของเขาเองแหละ...ควอน จียง!

            สถานการณ์นี้เขากำลังร้องออกมาด้วยความตกใจ

            ก็อยู่ดีๆ......

 

            ซึงฮยอนก็เป็นลมไปน่ะสิ!!!!!!!!!!!

           

            “โธ่!! ซึงฮยอน ฉันขอโทษ วันหลังฉันจะไม่แกล้งนายแบบนี้แล้ว~”

            =___________________=”

           

           

            เพราะ ซึงฮยอนเป็นลม จียงเลยต้องนั่งเฝ้านอนเฝ้าคนเป็นลมจนลืมกลับหอน่ะสิ

            แต่...จียง นายลืมอะไรรึเปล่า?

           

 

 

            “ไอ้เชี่ยเพื่อนเลว จมูกกว้างเท่าหลุมกอล์ฟ ไอ้หน้าผากเถิกท้าพระอาทิตย์ มือถือแม่งก็เสือกลืมเอาไว้ที่นี่ คอยดูนะมึง...กูจะทิ้งห้องมึงให้ขโมยมางัดเล่น!!!!!”

 

 

 

 

 

            จบเถอะ!

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ากกกกกกกกกกก

สนุกมากอ่ะ เป็นแนวใหม่จิงๆๆ
ไม่เคยอ่านประมาณจียงลุกแบบนี้มาก่อน
ชเวก็น่ะ เขิน อาย จนเป็นลม ฮากร๊ากกกกกกมาก
สนุกดีคร้าบ้านนี้แต่งฟิคสนุกอ่ะ ชอบบบบบบบ

มาแต่งอีกหน่าคร้าาแร้วจะติดตามมมม อิอิ

#1 By TemG~ on 2011-03-11 10:23

อ้ากกกกกกกกก!!

คำจำกัดความของควอนจียง
เรื่องนี้ คือ แรด แรด แรด 55
เทอ แบบว่า ตื้อ เก่งมากกกก
อิโป้ก้อเล่นตัวซะนะ เอิ๊กกๆๆ
อิโป้ไม่น่าเป็นแบบนี้อ่ะ
เขิน จนเป็นลม ฮ่าาาาา
เค้าชอบบบอ่ะ ตัวเอง

ขอบคุณฮัฟ
รักนะ อิอิ

#2 By namobojae on 2011-03-11 13:10

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เอาไปเลย ห้าดาว

เป็นเรื่องที่อ่านแล้วออกแนวใหม่ๆ
จียง โหมดนี้นี่ก็ไม่เคยเจอ
ทีโอพี โหมดนี้ก็ไม่เคยอ่าน
และเนื้อเรื่องที่ัมาผลิกๆๆๆเอาตอนท้ายเรื่อง
เหมือนกำลังกินคอนเน็ตโต้แล้วไม่มีช๊อคโกแลตที่ท้ายโคน
(งงไหม?...คือเรืองมันไม่คาดคิดไง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ)

เรื่องสั้นๆจบในตอน อ่านง่ายดี
อ่านแล้วจบเลย ไม่ต้องรอลุ้น

สนุกมากค่ะ......double wink

#3 By ♥Snow_G♥ on 2011-03-12 00:12

>< ตอนแรกออกแนวบีบจิตนะ สงสารจีอยู่ที่โป้ไม่หือ ไม่อือ แต่ตอนหลังนี่ฮาโป้อ่ะ มันไม่หื่น แต่จีหื่น ฮ่าๆๆๆๆ สนุกดีค่ะ เอามาลงอีกนะ

#4 By oilya (125.24.60.166) on 2011-03-12 12:14

ฮ่าๆๆๆ น่ารักมากเหอะ
ชอบบทจีแบบนี้จัง แฮ่ดมากค่ะ
บทก็ดูขรึมๆ แต่คอดไก่อ่อนเลยอ่ะ
ตอนที่จีร้องออกมานะ ยอมรับเลยว่าคิดไปไกลล่ะ
เจ็บปวดที่สุด!!~

เอาเถอะ เชื่อว่าอีกหน่อยท็อปก็คงจะไม่ไก่อ่อนแน่ๆ
เพราะมีภรรยา(?)ดี อิอิ
ว่าแต่ทำไมต้องสองวันถัดมาด้วยอ่า
อิสองวันนั้นหายไปไหหน
เค้าไปไหนกัน?? อยากรู้นะเนี่ย(เพื่อ?)

สนุกมากมายเลยอ่า ชอบๆ
แบบว่ามันลุ้นอยู่ตลอดเลย ว่าจะเป็นไง

#5 By mintaname on 2011-03-13 22:10

เป็นฟิคเท็มจีเรื่องแรกที่มินอ่านเลย
น่ารักมากค่ะ >///////<
คาแร็คเตอร์ท็อปไม่โหดอ้ะ แลดูน่ารัก
ขี้อาย ชอบบบบบบบ >.<

จีขี้แกล้งชะมัด เอาแต่ใจ แอบแรดด้วย >O<
ที่พูดแรกๆว่าจะให้เป็นแฟนให้ได้น่ะกดไลค์ได้ป่ะ
เธอแรงม๊ากกกกกกกกกกก

ตอนจบฮานะคะ 555

ไรเตอร์แต่งเก่งมากๆ เลย ^^//

#6 By minhae (180.183.210.66) on 2011-03-14 00:05

“อ๊ะ! ซึงฮยอน...!”
ยอมรับเลยว่าตอนอ่านประโยคนี้ครั้งแรก
เราจิ้นไปไกลแล้วนะ ฮาๆ
พอมาอ่านเฉลย โหยชายชเว นายขี้อายมากๆๆๆขนาดเป็นลมได้เลยเนาะ
น่ารักอะ ธรรมดาบทแบบนี้จะเป็นจีมากกว่าแต่พอโป้มารับ
โหย ตีบทแตกกระจาย น่ารักได้อีก
แต่ตอนจบแอบสงสารยองเบ เพื่อนรักทิ้งให้เฝ้าห้อง
ถึงขั้นขุดคำด่าออกมาเต็มไปหมด ฮาๆๆ
ขอบคุณมากที่แต่งฟิคดีๆน่ารักๆ แถมหักมุมแบบนี้มาให้อ่าน
ฮาๆๆ อ่านแล้วมีความสุขจริงๆคับ ^^

#7 By katsuki_pri on 2011-03-15 17:26

สนุกมากๆค่ะ
ชอบฟิคแนวนี้มากกกก
เกือบครายไปกะน้องจี
ถ้าโป้มันจะขี้อาย(มาก)ขนาดนี้อะนะ><
เจอดาวแม่บุกเองเลยเป็นไงล่ะ
55555555555

#9 By P.H.A.C.H.I.I on 2012-05-13 23:09