[Pomu69] There are no Space (OS)
posted on 21 Mar 2011 21:03 by topnyongthailandTitle :There are no space
Writer : Pomu69
Rate : PG-13
Type : OS
Theme Song : ไม่มีตรงกลาง-จิรา
ย้อนกลับไปวันสุดท้ายของการโปรโมทอัลบั้ม GD&TOP…
“จียง เตรียมตัวเรียบร้อยรึยัง” ร่างสูงก้าวช้าๆอย่างไม่เร่งรีบเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ยืนจัดความเรียบร้อยของตนอยู่หน้ากระจก มือเรียวยกขึ้นจัดทรงเสื้อที่สวมใส่ แต่ดวงตาน่ารักกลับไม่ได้สนใจจะมองกระจกตรงหน้าซักนิด ดวงตาเรียวหลุบต่ำมองเลื่อนลอยเหมือนคนคิดอะไรอยู่ จนฝ่ายที่เดินเข้ามาหาสังเกตได้ ว่าอีกคนไม่ได้ฟังเค้าซักนิด
... คิดอะไรอยู่น่ะ จียง ...
มือใหญ่เอื้อมไปแตะที่ไหล่คนเหม่อลอย จียงสะดุ้งเล็กน้อยแต่เมื่อหันกลับมาเห็นว่าเป็นใคร ก็คลายอาการตกใจและวางมือทาบทับลงไปที่มือของอีกฝ่าย
หลังจากวันนี้ไป...ความอบอุ่นของมือนี้....จะไม่ได้สัมผัสกันบ่อยๆต่อหน้าคนอื่นเหมือนตอนนี้แล้วสินะ
“เป็นอะไรรึเปล่า ? หืม...” เสียงทุ้มฟังดูอบอุ่นต่างจากเวลาที่คนตัวโตร้องแรพกระแทกกระทั้นแบบบนเวทีอย่างสิ้นเชิงเอ่ยถามข้างใบหูขาว ซึงฮยอนค่อยๆขยับกายเข้าไปยืนซ้อนหลังคนข้างหน้า แขนแกร่งเกี่ยวกระหวัดรอบเอวคอดแนบแน่น ก่อนจะเอาคางวางลงบนไหล่ สูดความหอมเฉพาะตัวของร่างในอ้อมกอดให้เต็มปอด แล้วค่อยๆหมุนเอวจียงให้หันมาสบตากับเค้า
มือใหญ่แต่อบอุ่นค่อยๆเชยหน้าเรียวขึ้นมา ส่งสายตาคมตรงเข้าไปหวังจะสอดส่องเข้าไปในหน้าต่างของหัวใจ เพื่อทีจะรับรู้ ....ว่าคนน่ารักกังวลอะไรอยุ่คนเดียว....
“ต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้วสินะ....ซึงฮยอน” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นมาเบาๆราวกระซิบ แต่ซึงฮยอนก็รู้ได้....ว่าคนตัวเล็กพูดกับตน
“ทำไมล่ะ....นายไม่อยากกลับไปทำงานร่วมกันกับน้องๆกับยองเบแล้วเหรอ ? อยู่กันห้าคนก็สนุกดีออก...หรือมีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า หืม” เสียงทุ้มอ่อนโยนเหมือนค่อยๆปลอบประโลมให้จียงรู้สึกผ่อนคลายไปกับสิ่งที่ตนคิดไปคิดมาอยู่ในใจ ซึงฮยอนค่อยๆลูบไล้ไปตามหลังอีกฝ่ายช้าๆ ราวกับกำลังปลอบใจ .... เค้าไม่รู้ว่าจียงเครียดเรื่องอะไร หรือมีปัญหากับใครรึเปล่า แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรเค้าก็พร้อมจะให้กำลังใจคนตรงหน้าเสมอ .... เพราะเมื่อเห็นจียงเป็นแบบนี้ เค้าก็พลอยรู้สึกไม่ดีไปด้วย ....
“ไม่ใช่ว่าชั้นไม่คิดถึง...ไม่อยากทำงานในนามบิ๊กแบง....มัน....ก็แค่ ไม่อยากสูญเสียความสุขแบบในตอนนี้ไป....ก็แค่นั้น...”หน้าหวานซุกลงไปที่อกอุ่นพลางกระชับกอดแนบแน่นเข้าหาคนรักราวเด็กที่ต้องการคนเอาใจ ซึ่งเจ้าของอ้อมกอดก็รู้งานค่อยๆดึงรั้งร่างของทั้งสองคนนั่งลงบนพนักวางแขนโซฟาโดยที่จียงนั่งอยู่บนตักของตน อ้อมกอดอุ่นๆก็ยังคงทำหน้าที่ของมันมิได้บกพร่อง..
“อ๊ะ....” จียงอุทานเล็กน้อยเมื่อขาเรียวเสียการทรงตัวเล็กน้อยจนต้องทิ้งตัวนั่งลงบนตักนุ่มๆของชายหนุ่มตรงหน้า
“จะบอกว่าอยากอยู่ใกล้ๆ....แล้วให้ชั้นสนใจแต่นายคนเดียวเหมือนตอนนี้สินะ ....” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนหน้าพี่ใหญ่ประจำวงที่ตอนนี้เริ่มอยู่ไม่สุข จมูกโด่งเริ่มไล้ไปตามแก้มใสของคนขี้เขินตรงหน้าไม่หยุด มือที่ขยับเข้ามาลูบไล้ผิวเรียบลื่นภายใต้เสื้อก็ราวกับปลาหมึก มันปัดป่ายไปซ้ายทีขวาทีจนจียงเผลอร้องเสียงแปลกๆออกมาจนได้
“อื้อ....อย่า....”
“อะไรกัน ...เมื่อกี๊ยังพูดจาน่ารักอยู่เลย....นี่มาห้ามกันซะแล้ว....หึหึ” เสียงทุ้มติดขำอยู่ในทีเปล่งออกมาก่อนจะฉกจูบไปที่กลีบปากอวบอิ่มอย่างหมั่นเขี้ยว ....เพราะจียงน่ารักแบบนี้ จะไม่ให้เค้าแกล้งได้ยังไง...จริงมั้ยครับ?
“นายนี่มัน....”ลีดเดอร์ที่ตอนนี้กลายเป็นโดนคนตรงหน้าชักนำซะแทนหน้าแดงไปถึงไหนต่อไหน พอเรียกสติกลับมาได้ก็ส่งฝ่ามือพิฆาตไปฟาดเข้าเต็มแขนซึงฮยอนดังป้าบ ทำเอาอีกคนลูบแขนตัวเองป้อยๆ ใบหน้าทะเล้นของร่างสูงค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง จ้องมองเข้ามาในตาเรียวสวยของคนตรงหน้า
“นี่...จียง” คนถูกเรียกแทบอยากจะเสหน้าหันไปมองอะไรอย่างอื่นแทนชะมัด ก็เล่นจ้องกันด้วยสายตาแบบนั้นนี่นา ....
“ถึงวันนี้จะเป็นวันโปรโมทอัลบั้มของพวกเราสองคนเป็นวันสุดท้าย....ต่อจากนี้เราก็จะกลับไปเริ่มงานในฐานะบิ๊กแบง....ต้องกลับมารวมเป็นทีมเดียวกันทั้งห้าคนอีกครั้ง.....มันอาจจะทำให้นายไม่มั่นใจ..อาจจะทำให้เราต้องห่างเหินกันเหมือนที่ผ่านมา....แต่ชั้นอยากให้นายมั่นใจนะ....”
มือทั้งสองค่อยๆสอดประสานเข้าด้วยกัน ซึงฮยอนค่อยๆบีบคลึงมือเล็กอย่างเอาใจราวกับต้องการส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดไปให้ร่างเล็กมั่นใจ...
“ความรักของเรา...ถึงมันจะไม่ได้แสดงออกเหมือนตอนนี้...แต่ก็ไม่ใช่ว่าชั้นจะไม่รักนายนะ....”
คำพูดอบอุ่นที่เพิ่งได้ยินทำเอาจียงยิ้มเขินออกมาจนตาปิด ซึงฮยอนจับมือขาวๆนั่นขึ้นมาจุมพิต....
“รักของชั้น...มันก็เหมือนอากาศ....ถึงจะมองไม่เห็น....แต่มันก็อยู่รอบตัวนายเสมอ....จียง”
สิ่งที่คนรักพูดค่อยๆละลายความกังวลใจตนได้เป็นอย่างดี....จียงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะสวมกอดแนบแน่นและจรดริมฝีปากลงไปบนเรียวปากหยักเพื่อขอบคุณ...
ขอบคุณที่เข้าใจชั้น.....ขอบคุณที่รักชั้นนะ.....ซึงฮยอน.....
..............................................................
ปัจจุบัน ...
“ขอบคุณมากครับ สำหรับการต้อนรับการกลับมาของพวกเราในครั้งนี้อย่างอบอุ่น พวกเราจะพยายามให้มากกว่านี้ให้ทุกคนภูมิใจครับ !” ยองเบกล่าวขอบคุณบรรดาV.I.Pที่ช่วยกันโหวตจนพวกเค้าคว้ารางวัลมาครองได้อย่างสวยงามด้วยคะแนนนำโด่ง.... การแสดงวันนี้เป็นไปด้วยดี เหมือนทุกครั้งตั้งแต่เปิดตัวคัมแบ็คในฐานะบิ๊กแบง ....
แต่ใครเล่าจะสังเกตเห็นสายตาของหัวหน้าวงที่ตอนนี้มันริ่มอ่อนแสงลงด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากทั้งทางกายและทางใจได้บ้าง....
เมื่อการแสดงและขึ้นรับรางวัลต่อด้วยอังกอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนเริ่มเก็บของทยอยกันกลับที่พัก ..... แดซอง ซึงรี และยองเบเดินนำไปที่รถตู้ที่จอดรอไว้อยู่แล้ว เหลือลีดเดอร์กับพี่ใหญ่ของวงและคนอื่นเพียงไม่กี่คนที่ยังอยู่ในห้องแต่งตัวอยู่ จนกระทั่งสต๊าฟเก็บของเสร็จเรียบร้อยก็หันมาบอกสองคนที่ยังทำอะไรไม่เรียบร้อยให้รีบตามไป ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงคนสองคนกับบรรยากาศเงียบจนน่าอึดอัด ....
ไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ...บรรยากาศมาคุแบบนี้มันคืออะไรซึงฮยอนก็ไม่อาจรู้ได้ ทำได้เพียงค่อยๆเก็บของแบบเบามือเท่าที่จะทำได้ ในใจก็สงสัยอยู่ไม่น้อย ว่าคนตัวเล็กโกรธอะไรเค้ารึเปล่า เพราะตั้งแต่ไปออกรายการวิทยุด้วยกันมา จียงก็แผ่รังสีอึมครึมแบบนี้มาตลอด....
“ปัง !!” กระเป๋าราคาแพงกระแทกลงบนโต๊ะ ตามด้วยเสียงรูดซิบก่อนที่จะถูกแขนเรียวบางกระชากไปสะพายบนไหล่แล้วเดินออกจากห้องไปในที่สุด
ซึงฮยอนสะดุ้งกับเสียงเมื่อกี๊...แต่ยังคงไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ยืนเงียบรอดูเหตุการณ์ จนกระทั่งอีกคนทิ้งเค้าไว้คนเดียวในตอนนี้
“นายโกรธอะไรชั้นน่ะ...จียง??”เสียงทุ้มอู้อี้บ่นออกมาก่อนจะรวบกระเป๋าแล้วเดินตามออกไปขึ้นรถที่จอดคอยอยู่....
............................................................
ระหว่างทางที่อยู่บนรถ ทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยซักนิด เสียงคุยเฮฮาที่ออกมาล้วนเป็นแดซองและซึงรีที่เอาแต่คุยเรื่องตลกอวดกันไปมามากกว่า ยองเบเองก็นั่งหัวเราะกับสองคนนั้น บางครั้งก็สมทบตามไปด้วย .....
ตาคมลอบมองคนอารมณ์ไม่เป็นปรกติที่นั่งหลับตาฟังเพลงจากไอโฟนของตัวเองที่จับหูฟังยัดใส่หูตั้งแต่ก้าวขึ้นมาบนรถก้าวแรก.....
เอาไงดีวะ....กลับไปเคลียร์ที่หอน่าจะเวิร์คสุด .... ซึงฮยอนคิด ก่อนจะนั่งนิ่งไปอีกคนจนถึงที่หมาย
.............................................................
เมื่อมาถึงที่พัก ทุกคนกล่าวขอบคุณและบอกลาสต๊าฟที่ร่วมทำงานด้วยกันวันนี้อีกครั้งแล้วแยกย้ายกันเตรียมตัวไปพักผ่อนกันตามอัธยาศัย
ยองเบขอตัวไปฟิตเนสต่อ แดซองกับซึงรีมีนัดดวลวินนิ่งกันคืนนี้ .... ดูท่าทางจองห้องรับแขกยาวสินะ ....
ซึงฮยอนเดินตามจียงที่เดินแยกตัวออกไปที่ห้องตัวเองในหูยังคงมีหูฟังเสียบอยู่ดังเดิม....คงไม่ได้ยินเสียงเค้าเดินตามสินะ.....ระหว่างเดินตามหลังเงียบๆ ก็คิดไปด้วย ว่าเค้าไปทำอะไรให้คนตัวเล็กไม่พอใจรึเปล่า...จนคนข้างหน้าหยุดกะทันหันทำให้เค้าชนกับจียงเข้าอย่างจัง
พอรู้ว่ามีอีกคนเดินตามมา จียงพอตั้งตัวได้ก็หันไปมองด้วยสายตาเหวี่ยงทันที
“ตามมาทำไม..ห้องนายไม่ได้อยู่ทางนี้หนิ?” เสียงแหลมเล็กแต่ทำไมตอนนี้ฟังแล้วมันช่างเยียบเย็นจังล่ะ ??
“ห้องนายหรือห้องชั้นก็ไม่ต่างกันหรอกจียง....เพราะทั้งสองห้องมันก็ต่างเป็น ‘ห้องของเรา’ ไม่ใช่เหรอ?”
ซึงฮยอนสาบานได้นะ ว่าไม่ได้คิดจะยียวนหรือกวนโมโหคนตรงหน้าเลยซักนิด เค้าแค่พูดสิ่งที่ใจคิดออกมาเท่านั้นเอง เพราะเค้าคิดมาตลอดว่า จะของเค้าหรือของจียง มันก็เป็นของๆ ‘เรา’ ไม่ใช่เหรอ ?
“เลิกซะที .... ไอ้วิธีคิดแบบเห็นแก่ตัวแบบนี้ของนายน่ะ..มันเคยมีด้วยเหรอไอ้คำว่า‘เรา’น่ะ” เค้าหันมากล่าวเสียงดังก่อนเปิดประตูเข้าห้องแล้วพยายามจะปิดมันอย่างไว.....แต่ก็ไม่ทันความเร็วของมือซึงฮยอนที่ยื่นเข้าไปกันไว้ แล้วออกแรงดึงจนประตูเปิด ร่างสูงแทรกตัวเข้าไปก่อนจะปิดประตูล็อคเรียบร้อย...
“ เรามีเรื่องต้องคุยกันะ ... จียง” ซึงฮยอนค่อยๆเอาน้ำเย็นเข้าลูบเมื่อเห็นอีกฝ่ายค่อนข้างโมโหเค้าเอาการ ดูจากการที่เมื่อเค้าเข้ามาได้ จียงก็เตรียมจะเป็นฝ่ายกลับออกไปนอกห้องเองซะอย่างนั้น ....
“เราคงไม่มีอะไรต้องคุยกันหรอก...เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง....มันก็แค่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ...แต่ที่ไม่ปกติก็คงเป็นชั้นคนเดียว....นายกับน้องๆก็เป็นเหมือนเดิม..แต่ทำไม....ทำไมชั้นถึงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ล่ะ....ฮึก....” หยาดน้ำใสเริ่มปริ่มออกมาจากหางตาเรียว จียงสะอื้นออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาราวทำนบพัง ซึงฮยอนทำอะไรไม่ถูก มือแกร่งเอื้อมไปดึงร่างกายบอบบางมากอดไว้แน่น ....
จียง.....ถ้าชั้นทำอะไรให้นายต้องรู้สึกโดดเดี่ยว หรือรู้สึกแย่..ชั้นขอโทษ...
“ถ้าชั้นทำอะไรโง่ๆลงไปโดยไม่รู้ตัว....ชั้นก็ขอโทษ....บางทีถ้าความบ้าบอของชั้นมันทำให้นายรู้สึกแย่ก็ช่วยบอกกันได้มั้ย ?....ให้นายโมโหแล้วต่อยหน้าหรือทำร้ายชั้นยังดีซะกว่าต้องมาทนเห็นนายร้องไห้โดยไม่รู้สาเหตุแบบนี้นะ จียง.....” มือของซึงฮยอนค่อยๆสอดเข้าไปในกลุ่มผมสีทองของคนที่เค้าหวงแหนกระชับร่างที่สะอื้นไห้แนบชิดกับอกกว้าง หวังว่ามันคงทำให้คนรักของเค้ารู้สึกดีขึ้น แม้เพียงนิดก็ยังดี
ตอนนี้ทั้งสองคนนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำกลางห้อง จียงหยุดร้องไห้แล้ว แต่ยังดูซึมๆและยังไม่ปริปากพูดอะไรออกมา อีกฝ่ายก็นั่งอยู่เคียงข้าง เฝ้ารอเวลาที่จียงพร้อมจะเล่าอย่างใจเย็น มือยาวเอื้อมโอบไหล่บางผ่านพนักพิงของโซฟา มืออีกข้างก็กอบกุมมือข้างที่วางลงบนตัก สอดประสานระหว่างนิ้วมือเรียว บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ แต่ก็ไม่ได้น่าอึกอัดเหมือนที่ผ่านมาเมื่อครู่...
“ขอโทษ.....” เสียงเล็กๆแต่ติดแหบแห้งของจียงเอ่ยออกมา อาจจะเป็นเพราะร้องไห้ไปเมื่อครู่ ทำให้เสียงเค้าน่าอายแบบนี้ ....
“ขอโทษเรื่องอะไรครับ?” ถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะตัวเค้าเองไม่เคยคิดว่าจียงผิดซักนิด
“ชั้น....ไม่น่างี่เง่าเลย...ทั้งๆที่เป็นลีดเดอร์....แต่กลับเอาอารมณ์ส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงาน...เรื่องวง....”มือขาวๆของจียงยกขึ้นปิดหน้า ก่อนจะเอนหัวมาพิงลงที่ไหล่นุ่ม ซึงฮยอนไม่พูดอะไร....รอให้อีกฝ่ายค่อยๆระบายออกมาช้าๆ
“เมื่อก่อนเราก็อยู่กันแบบนี้มาตลอด.....แต่การที่เราได้ทำงานกันสองคน....มีแค่นาย...มีแค่ชั้น....เราได้อยู่ด้วยกัน ทำอะไรด้วยกันแทบจะตลอดเวลา....แต่พอกลับมาทำงานเป็นกลุ่ม.......ชั้น.....กลับรู้สึกแย่....เวลาเห็นนายไปเล่นกับน้อง.....ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มันก็เป็นแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว....ให้ตายเถอะ.....การอยู่ด้วยกันสองคน...มันทำให้ชั้นเสียนิสัย.....ทำไมชั้นจะต้องมานั่งอิจฉาแดซองกับซึงรีด้วย....บ้าชะมัด” จียงกระชับมือให้ชิดกับหน้าตนมากขึ้นไปอีก ใบหน้าที่เริ่มเป็นสีแดงขึ้นมาจนกระทั่งใบหูนั่น .... ทำเอาซึงฮยอนที่เพิ่งเข้าใจสาเหตุของอาการไม่ปรกติทางอารมณ์ที่เพิ่งผ่านไปอมยิ้มจนแก้มแทบปริ
ซึงฮยอนสาบานได้ ว่าเค้าไม่เคยคิดจะเอาแดซองและซึงรีมาเป็นเครื่องมือเพื่อให้จียงหึงเลยซักนิด แต่ที่เค้าเล่นกับน้องถึงเนื้อถึงตัวแบบนั้น มันเป็นนิสัยของเค้าต่างหาก เค้าทำไปโดยไม่ได้คิดอะไรซักนิด .... ถ้าเค้าฉุกคิดขึ้นมาได้...ก็คงไม่ต้องทำร้ายความรู้สึกคนตรงหน้าขนาดนี้หรอก....
“ชั้นขอโทษนะ...จียง...ที่ทำอะไรไปโดยไม่คิดว่านายจะรู้สึกยังไง....นายจำที่ชั้นเคยพูดไว้ได้มั้ย.....ว่าความรักของชั้นก็เหมือนกับอากาศ...มันจะอยู่รอบตัวนายเสมอ....ถึงแม้จะมองไม่เห็นก็ตาม....มันอาจจะทำให้นายใช้ชีวิตไม่ได้หากไม่มีมัน....แลดูเห็นแก่ตัวแล้วก็หลงตัวเองเนอะ...แต่นายรู้อะไรมั้ย....สำหรับชั้น ความรักของนายเปรียบเหมือนอะไร...”
ซึงฮยอนค่อยๆกระชับจียงให้ขึ้นมานั่งบนตัก ก่อนจะค่อยๆซับน้ำตาบนใบหน้าน่ารัก มือทั้งสองข้างโอบเอวบางไว้หลวมๆ
“ความรักของนายเปรียบเสมือนแสงอาทิตย์....ที่บางทีชั้นคิดว่าอยู่กับชั้นตลอดเวลาจนเป็นความเคยชิน ก็เลยไม่ค่อยสนใจมัน..แต่ถ้าวันใดขาดมันไป....โลกทั้งโลกของชั้น....คงจะมืดมนจนมองไม่เห็นอะไร....แล้วชั้นก็คงจะหนาวเหน็บจนตายไปในที่สุด....นายเป็นแสงอาทิตย์อันอบอุ่นของชั้นนะ ....ขอโทษ...ที่บางทีก็ละเลย....มองข้ามความรู้สึกนาย....แต่ชั้นไม่เคยลืมนะ....ว่านายสำคัญกับชั้นมากแค่ไหน”
คำเปรียบเทียบของซึงฮยอนทำเอาความรู้สึกสับสนในใจของเค้าปลิวหายไปราวกับสายลมอันอบอุ่นในฤดูร้อนที่ปัดเป่าเมฆทึบออกไปให้เห็นแสงอาทิตย์ที่สว่างจ้าจนต้องเอามือยกขึ้นกำบัง
ทั้งสองคนยิ้มให้กันเมื่อเรื่องที่มันรบกวนจิตใจได้มลายหายไปแล้ว แต่ซีงฮยอนยังคงกุมมือของจียงไว้หลวมๆโดยที่ยังไม่ปล่อยไปไหน
“ต่อไปอย่างพูดว่าไม่มี’เรา’อีกนะ...รู้มั้ย ชั้นเจ็บมากเลยนะ จียง” ปากหยักแกล้งทำท่าเบะเหมือนจะร้องไห้ จียงยกมือขึ้นลูบไปที่หน้าคม ไล้ไปตามสันคางแล้วหนีบแก้มคนตรงหน้าส่ายไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว
“รู้แล้วน่า...” ร่างบางที่ตอนนี้ตายังบวมและจมูกก็ยังแดงอยู่แต่ก็หัวเราะได้แล้วพลิกตัวลงมาจากตักของซึงฮยอนแล้วลงมานั่งข้างๆ
“ต่อไปนี้ มีอะไรไม่สบายใจบอกชั้นตรงๆนะ....อย่าเก็บไปคิดคนเดียวอีก รู้มั้ย?...ชั้นแสดงออกว่ารักนายขนาดนี้...ยังหึงน้องอีกเหรอ...หืม?”
“ไม่ได้หึงซะหน่อย....ไอ้คนหลงตัวเอง....แล้วแสดงออกอะไรของนาย?” คิ้วเรียวเริ่มผูกเป็นปมด้วยความสงสัย หมอนี่เคยมาวอแวกะเค้าตอนไหนเนี่ย... เห็นเล่นแต่กับเจ้าแดซองกะมักเน่ ... ถ้าเคยทำงั้นจริงเค้าจะมานั่งเป็นบ้าแบบเมื่อกี๊ทำไมเล่า ?? .....พูดแล้วก็อายแฮะ ( . /// .)
อีกคนยกยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นโชว์แหวนที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวน....ของจียง ที่เค้ามักจะชอบสวมไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายเช่นกัน....
“นั่น.....ปกตินายชอบเอาไปใส่นิ้วกลางข้างขวาไม่ใช่เหรอ.....แล้วทำไมวันนี้ถึง....” ใบหน้าหวานแดงซ่านเมื่อนึกไปถึงความหมายลึกซึ้งของการสวมแหวนคู่ที่นิ้วนางข้างซ้าย ถึงจะเป็นวงเดียวกันที่เค้าสองคนผลัดกันใส่ก็เถอะ .... มันก็ยังน่าเขินอยู่ดี...ในเมื่อคนตรงหน้าไม่เคยใส่แหวนวงเดียวกะเค้าด้วยนิ้วนั้นมาก่อนเลยนี่นา
“มันก็แค่...เป็นการแสดงความรัก....และแสดงความเป็นเจ้าของอย่างนึงของชั้นไงล่ะ...” ริมฝีปากหยักยกยิ้มอารมณ์ดีก่อนจะก้มลงไปคลอเคลียที่แก้มใสที่ตอนนี้เริ่มเป็นสีแดงจางๆจากเลือดที่สูบฉีดด้วยความเขินของคนตรงหน้า ...
“แบบนี้เหมือนคู่แต่งงานเลยเนอะ !” จมูกโด่งลากผ่านใบหูที่ตอนนี้เริ่มเป็นสีแดงตามใบหน้าแผ่วเบา พร้อมกระซิบประโยคพาจั๊กจี้ ทำเอาจียงต้องหลับตาแล้วหดคอหนีโดยไม่รู้ตัว
“บ้าเหรอ ได้ข่าวว่าผู้ชายทั้งคู่ ... แล้วนี่ก็แหวนของวงเดียวกัน....แหวนแต่งงานเค้าต้องใส่กันคนละวง เป็นคุ่ตะหาก..” ปากก็เถียงแต่สายตากลับไม่กล้าจ้องหน้าอีกฝ่ายได้แต่มองไปบนโซฟายังกับว่ามันมีอะไรน่ามองซะอย่างนั้น
“ชั้นอาจจะทำให้นายเหมือนที่คนอื่นทำกันไม่ได้....เพราะเราเป็นผู้ชาย....เป็นบิ๊กแบง...และสิ่งที่นายกับชั้นและสามคนนั้นพยายามมาด้วยกันอาจกดดันให้เราต้องปิดบังมันไว้.....แต่รู้ไว้เถอะ...ว่าบางทีชั้นก็อยากแสดงความรัก...อยากบอกให้ทั้งโลกรู้ซะที...ว่านายเป็นของชั้น....แต่ชั้นคงทำได้แค่ผลัดกันใส่แหวนแต่งงานเพียงวงเดียวของเราแบบนี้...ไม่รู้ว่านายจะรังเกียจมั้ย?”
ซึงฮยอนถอยลงมาคุกเข่าลงข้างหนึ่งลงตรงหน้าโซฟา ถอดแหวนวงที่ตนเองใส่อยู่ที่นิ้วนางข้างซ้าย แล้วจับมือของจียงขึ้นมาอย่างทะนุถนอม สายตาคมสบเข้ากับตาเรียวที่ตอนนี้รื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความแปลกใจที่ไม่คิดว่าคนๆนี้จะคิดเผื่อไปถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาขนาดนี้ ทั้งๆที่ร่างสูงดูเหมือนคนไม่ค่อยใส่ใจอะไรกับรายละเอียดพวกนี้มากเท่าไหร่นัก .....แต่กลับทำให้เค้าประหลาดใจไปพร้อมๆกับดีใจได้ขนาดนี้...
“ชั้นรักนาย ซึงฮยอน” จียงตอบออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ก่อนจะพยักหน้าเชิงอนุญาติให้อีกฝ่ายค่อยๆเลื่อนแหวนเข้ามาที่นิ้วนางข้างซ้าย....นิ้วที่เส้นเลือดเชื่อมโยงกับหัวใจ....
“แต่ชั้นรักนายมากกว่า...”เมื่อสวมแหวนเรียบร้อยซึงฮยอนเขยิบกายขึ้นไปกอดคนรักแนบแน่น กายหนาเกี่ยวกระหวัดเอวบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงจุมพิตที่ริมฝีปากนุ่มนิ่มเนิ่นนาน ...
ความรักของคนสองคนที่ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย จนบางทีอาจมีเรื่องเข้าใจผิด มีอะไรกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ก็เปรียบเหมือนสีสันและบททดสอบให้เราได้ลองก้าวผ่านมันไปด้วยกัน เมื่อผ่านมันมาได้ อุปสรรคที่เคยผ่านจะกลายเป็นแรงผลักดันให้เรามั่นใจได้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แค่เพียงมั่นใจว่าจะไม่มีอะไรมาแทรกกลางระหว่างเราได้...กอบกุมมือกันและกันไว้ เราจะก้าวผ่านมันไปด้วยกัน.....
......................................................
แถม....
“ซึงฮยอน เห็นแหวนปิรามิดสีดำของชั้นมั้ย?”จียงเปิดลิ้นชักสำหรับใส่แอคเซสเซอรี่ค้นหาแหวนวงโปรดมือเป็นระวิง พลางเอ่ยถามคนรัก...(เอ่อ....หรือจะเรียกว่าสามีดีล่ะ)
“ไหนอ่ะ อันนี้ป่ะ?” ซึงฮยอนชูมือยื่นไปให้คนรักดู(หรือจะเรียกว่าภรรยาดี > x <) แหวนที่เค้าเพิ่งหยิบออกมาจากกล่องนั่นเมื่อห้านาทีก่อนที่จียงจะเดินมาหานั่นแหละ...
“อ๊ะ...นั่นแหละ...เอาของชั้นไปใส่อีกแล้วนะ....ทำไมชอบแฮฟของชั้นไปใส่จัง ฮึ?” จียงพอหันมาเจอสิ่งที่ตัวเองหาอยู่ก็ถอนหายใจแล้วท้าวเอวถามอีกฝ่ายทันที
“ก็....เวลาที่ใส่ของๆเรา.....มันก็หมายความว่าชั้นคิดถึงนาย...แล้วก็อยากให้นายสนใจชั้นมากกว่าแหวนวงนี้ด้วยน่ะสิ....” พูดจบก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำเอาจียงทำตัวไม่ถูก ....ไม่รู้ว่าจะด่ามันดีหรือจะเขินดี ... เอาเป็นว่าปล่อยเค้าไปคนนึงเถอะเนอะ -’..’-
END


เหอๆๆๆๆๆๆๆ
แหวนวเดียวกันเลยอ่ะ
แล้วมัยต้อใส่นิ้วนางด้วยอ่ะ
ฮ่าๆๆๆๆๆ เหมือนแหวนคู่แต่งงาน
น่าน้อยใจอยู่หรอก จียงไม่ผิดที่จะน้อยใจ
ก็อิปู่ไม่เห็น มาวอแวเลยคนรักกันมันก็ต้องหงุดหงิดบ้างสิ
ทีกับน้องหล่ะแหมเล่นเอาๆ...เหอๆๆๆๆ
ไอเทมคู่รักยังมีให้จิ้นอีกเยอะเลย...
#1 By ♥Snow_G♥ on 2011-03-21 22:21